Black bow

สช. หารือ INET เดินหน้าเชื่อมโยงระบบข้อมูลการศึกษา สู่แพลตฟอร์ม “EduPass” ยกระดับบริการการศึกษาไทยยุคดิจิทัล

24 ส.ค. 69 เวลา 16:50 น.36 ครั้งพิมพ์
น.ส.ประกาย ศรีจันทึก
กลุ่มเลขานุการกรม

ช่วงบ่ายวันนี้ (24 สิงหาคม 2569) นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการจัดทำแผนงานร่วมกัน ภายใต้โครงการพัฒนาแพลตฟอร์ม EduPass ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ร่วมกับ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET โดยมี นายชัยพัฒน์ พันธุ์วัฒนสกุล รองเลขาธิการ กช. และนายภิญญา รัตนวรชาติ รองเลขาธิการ กช. พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมโกวิท วรพิพัฒน์ อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ

 

นายมณฑล กล่าวว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือทางวิชาการและการพัฒนาเทคโนโลยี ร่วมกับ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ในการพัฒนาซูเปอร์แอปพลิเคชันด้านการศึกษา ภายใต้ชื่อ “EduPass” เพื่อเป็นศูนย์กลางดิจิทัลแบบ One-stop service ในการเชื่อมโยงข้อมูลด้านการศึกษาร่วมกัน ผ่านระบบ Education ID และ Learner ID ให้นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และบุคลากรทางการศึกษาทุกคน เข้าถึงบริการทุกอย่างของกระทรวงศึกษาธิการในศูนย์กลางเดียว ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการข้อมูลการศึกษา การทดสอบประเมินผล และลดภาระงานเอกสารของบุคลากรทางการศึกษาในภาพรวมของประเทศได้

 

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัด เร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมให้การสนับสนุนการบริหาร คัดเลือกโรงเรียนพื้นที่นำร่อง และตั้งเป้าให้ระบบสามารถใช้งานได้จริงภายใน 6 เดือน ก่อนขยายผลสู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมย้ำว่า การเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลด้านการศึกษาไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นภารกิจสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันผลักดัน

 

การประชุมหารือฯ ในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมหารือแนวทางการดำเนินงาน รวมถึงกำหนดกรอบการจัดทำแผนงาน (Work Plan) และการเชื่อมโยงฐานข้อมูล เพื่อให้การขับเคลื่อนและการเชื่อมโยงข้อมูลผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ตลอดจนระบบสารสนเทศในความรับผิดชอบของ สช. สามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม EduPass ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องตามมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูล และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียนและบุคลากรทางการศึกษา ขณะเดียวกัน การเชื่อมโยงข้อมูลการศึกษาครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้บริหารทุกระดับมี Real-time Dashboard สำหรับติดตามข้อมูลการศึกษาแบบทันที ช่วยให้การตัดสินใจเชิงนโยบายมีความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมวางรากฐานการเชื่อมโยงข้อมูลการศึกษากับระบบยืนยันตัวตนแห่งชาติ ThaiD และต่อยอดสู่ Health ID เพื่อยกระดับการให้บริการภาครัฐแบบไร้รอยต่อในอนาคต

 

สำหรับแผนการดำเนินงานของ สช. ในการเชื่อมโยงกับระบบงาน EduPass นั้น จะมีการเชื่อมโยงกันจำนวน 3 ระบบ ได้แก่ 1) ระบบศูนย์บริการการศึกษาเอกชนออนไลน์ (PESO) ซึ่งดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ส่วนอีก 2 ระบบอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ได้แก่ 2) ระบบทะเบียนสำหรับโรงเรียนเอกชน (REGIS) และ 3) ระบบบัตรครูสำหรับโรงเรียนเอกชน โดยมีเป้าหมายว่าจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายน และเดือนพฤศจิกายน ตามลำดับ นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบรายชื่อโรงเรียนต้นแบบ จำนวน 3 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ โรงเรียนท่าอิฐศึกษา จังหวัดนนทบุรี และโรงเรียนร่วมฤดีวิเทศศึกษา กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ สช. จะดำเนินการคัดเลือกโรงเรียนต้นแบบเพิ่มเติม และลงพื้นที่ร่วมกับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เพื่อเก็บข้อมูล และสร้างความรู้ความเข้าใจกับผู้บริหาร ครู บุคลากรโรงเรียนเอกชน เกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลทางการศึกษาผ่าน EduPass เพื่อวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐาน ที่ยกระดับระบบการศึกษาไทยสู่ยุคดิจิทัล เชื่อมโยงข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นมาตรฐานเดียวกัน เสริมสร้างคุณภาพทางการศึกษา สู่การขยายโอกาสการเรียนรู้ให้ครอบคลุมทั่วประเทศต่อไป เลขาธิการ กช. กล่าวทิ้งท้าย

 

ประกาย ศรีจันทึก : ภาพ/ข่าว/วิดีโอ

ประชาสัมพันธ์ สช.

 

#โรงเรียนเอกชน #การศึกษาเอกชน #สช #สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน #opec

รายการกิจกรรมผู้บริหารอื่นๆ