Black bow

โฆษก ศธ. เปิดวิสัยทัศน์การศึกษาไทย–จีน ชูโมเดล “หลักสูตรจีนบูรณาการบริบทไทย” สู่ต้นแบบความร่วมมือการศึกษาระดับนานาชาติ

21 ส.ค. 69 เวลา 16:22 น.66 ครั้งพิมพ์
นิชาดา บรรเด็จ
กลุ่มเลขานุการกรม

วันนี้ (21 สิงหาคม 2569) นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในงานเฉลิมฉลองครบรอบ 3 ปีแห่งการดำเนินงานของโรงเรียนนานาชาติจีน (China International School) พร้อมร่วมรับฟัง “รายงานการพัฒนาหลักสูตรชาติจีนบูรณาการแบบบริบทท้องถิ่นในประเทศไทย” ย้ำความสำเร็จของความร่วมมือทางการศึกษาไทย–จีน ใช้ “ภาษาเป็นสายใย หลักสูตรเป็นสะพาน โรงเรียนเป็นศูนย์กลาง” เดินหน้าสร้างเยาวชนสองวัฒนธรรม มีทักษะสากล พร้อมเป็นกำลังสำคัญของอนาคต โดยมี นายอรรถยุทธ์ ศรีสมุทร อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศจีน ดร.ฉี ปีน ประธานกรรมการบริหารโรงเรียน พร้อมด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู ผู้ปกครอง และนักเรียน เข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุมขงจื้อ โรงเรียนนานาชาติจีน เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร

 

นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษก ศธ. กล่าวว่า ไทยและจีนมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน ทั้งในมิติของประชาชน เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการศึกษา โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการศึกษาที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในหลากหลายมิติ ตั้งแต่การส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีน การแลกเปลี่ยนนักเรียนและเยาวชน ความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัย ตลอดจนการพัฒนาทักษะ “ภาษาจีนและวิชาชีพ” เพื่อเตรียมกำลังคนให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่

 

“ภาษาจีนไม่ได้เป็นเพียงภาษาสำหรับการสื่อสาร แต่ยังเป็นภาษาที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับมรดกทางอารยธรรม และเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญของโลกอนาคต กระทรวงศึกษาธิการจึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ภาษาจีน ควบคู่กับการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ความสามารถ และความเข้าใจในความแตกต่างทางวัฒนธรรม เพื่อก้าวสู่การเป็นพลเมืองโลกที่มีคุณภาพ” โฆษก ศธ. กล่าว

 

โฆษก ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับโรงเรียนนานาชาติจีน ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ได้ดำเนินการจัดการศึกษาที่นำมาตรฐานหลักสูตรแห่งชาติจีน หนังสือเรียนมาตรฐานจาก People’s Education Press (PEP) และแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับกรอบกฎหมาย ระบบการศึกษา และบริบททางวัฒนธรรมของประเทศไทย ซึ่งจุดเด่นสำคัญคือการสร้างระบบการศึกษาที่ผสมผสานมาตรฐานทางวิชาการ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และการเรียนรู้แบบสามภาษา พร้อมเปิดเส้นทางการศึกษาให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมต่อองค์ความรู้จากทั้งสองประเทศได้อย่างเป็นระบบ

 

ดังนั้น รายงานการพัฒนาหลักสูตรที่เปิดตัวในครั้งนี้ คือ “บทสรุปจากสนามจริง” ที่รวบรวมองค์ความรู้ ประสบการณ์ และผลการดำเนินงานตลอด 3 ปี สะท้อนให้เห็นแนวทางการนำหลักสูตรคุณภาพระดับนานาชาติมาปรับให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย โดยยังคงรักษามาตรฐานทางวิชาการ ควบคู่กับการเคารพและส่งเสริมอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทย

 

โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เน้นย้ำว่า จากความสำเร็จที่เกิดขึ้น กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน พร้อมพร้อมเดินหน้าสนับสนุนความร่วมมือทางการศึกษาไทย–จีนอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีทั้ง ความรู้ ทักษะ คุณธรรม ความเข้าใจในวัฒนธรรม และความพร้อมสำหรับโลกอนาคต และร่วมกันสานต่อมิตรภาพไทย–จีนให้มั่นคงและยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น โดยมี 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่

1) สนับสนุนการสร้างรากฐานความมั่งคั่งทางการศึกษาร่วมกัน

ประเทศไทยยังคงเปิดกว้างต่อความร่วมมือทางการศึกษากับนานาประเทศ พร้อมส่งเสริมระบบนิเวศทางการศึกษาที่มีคุณภาพ มีความหลากหลาย และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ภายใต้กฎหมายและมาตรฐานของประเทศไทย

2) ส่งเสริมนวัตกรรมการศึกษาที่ผสานจุดแข็งของสองประเทศ

สนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรและรูปแบบการเรียนรู้ที่นำจุดแข็งของการศึกษาจีนมาผสมผสานกับบริบทไทย เพื่อสร้างผู้เรียนที่มีความรู้รอบด้าน มีรากฐานทางวัฒนธรรม มีทักษะภาษาที่หลากหลาย และมีศักยภาพในการแข่งขันในระดับสากล

3) ร่วมสร้างอนาคตแห่งความกลมกลืนทางอารยธรรม

เดินหน้าความร่วมมือโดยใช้ “ภาษาเป็นสายใย หลักสูตรเป็นสะพาน และโรงเรียนเป็นศูนย์กลาง” เพื่อขยายการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทรัพยากรทางการศึกษา และประสบการณ์ระหว่างกัน พร้อมสร้างโอกาสให้เยาวชนไทยและจีนได้เรียนรู้ เข้าใจ และเติบโตไปด้วยกัน

 

โฆษก ศธ. กล่าวทิ้งท้ายว่า ความสำเร็จตลอด 3 ปีของโรงเรียนนานาชาติจีน ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงความสำเร็จของสถานศึกษาแห่งหนึ่ง หากแต่เป็นภาพสะท้อนของพลังความร่วมมือระหว่างทางการศึกษาไทย–จีนที่สามารถนำ “ความแตกต่าง” มาสร้างเป็น “พลังร่วม” เพื่อประโยชน์ของผู้เรียนและสังคมในอนาคต และเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้างความเข้าใจระหว่างสองอารยธรรมผ่าน “การศึกษา” ทั้งนี้ ขอแสดงความยินดีต่อความสำเร็จของโรงเรียนนานาชาติจีน พร้อมชื่นชมผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ร่วมกันผลักดันวิสัยทัศน์ด้านการศึกษาให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

 

“วันนี้นับเป็นการเปิดประตูสู่บทใหม่ของความร่วมมือทางการศึกษาไทย–จีน ซึ่งเป็นการพิสูจน์ว่า เมื่อเราใช้ภาษาเป็นสะพาน ใช้การศึกษาเป็นพื้นที่แห่งความเข้าใจ และใช้เยาวชนเป็นศูนย์กลาง ความแตกต่างทางวัฒนธรรมจะไม่ใช่กำแพง แต่จะกลายเป็นพลังในการสร้างอนาคตร่วมกัน”

 

นิชาดา บรรเด็จ // ภาพ:ข่าว

ประชาสัมพันธ์ สช.

 

#โรงเรียนเอกชน #การศึกษาเอกชน #สช #สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน #opec

รายการกิจกรรมผู้บริหารอื่นๆ