วันที่ 23 สิงหาคม 2569 นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม พร้อมตรวจเยี่ยมการช่วยเหลือนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา สถานศึกษา และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ นำทีมโดย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วย นายสุเทพ แก่นสันเทียะ ปลัด ศธ. รวมถึงผู้บริหารระดับสูง ศธ. ลงพื้นที่ ณ อ.ปัว และอำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งฟื้นฟูพื้นที่อย่างเต็มกำลัง ควบคู่กับการตรวจสอบความปลอดภัยก่อนเปิดเรียน โดยเฉพาะโครงสร้างอาคาร ระบบไฟฟ้า น้ำประปา และเส้นทางเข้า–ออกสถานศึกษา สั่งเร่งสำรวจความเสียหาย ฟื้นฟูโรงเรียน พร้อมเปิดทางการเรียนรู้ทุกบริบท
ในช่วงเช้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและคณะ ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย ณ ศาลากลางจังหวัดน่าน
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศธ. เปิดเผยว่า จากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องระหว่างวันที่ 19–21 สิงหาคม 2569 ส่งผลให้หลายพื้นที่ของจังหวัดน่านเกิดน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะอำเภอปัว ทุ่งช้าง เฉลิมพระเกียรติ เมืองน่าน และเวียงสา ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน เส้นทางคมนาคม ระบบสาธารณูปโภค และสถานศึกษาหลายสังกัด
กระทรวงศึกษาธิการจึงสั่งปิดสถานศึกษากรณีพิเศษจำนวน 97 แห่ง ระหว่างวันที่ 19–21 สิงหาคม เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ส่งผลให้นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกคนในพื้นที่ปลอดภัย พร้อมเปิดพื้นที่สถานศึกษาและหน่วยงานที่มีความพร้อมและปลอดภัยเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว 13 แห่ง และประสานทุกภาคส่วนร่วมดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด
“วันนี้ผมเดินทางมาจังหวัดน่าน เพื่อมาดูสถานการณ์จริง รับฟังปัญหาจากพื้นที่ และกำกับการช่วยเหลือให้ถึงมือนักเรียน ครู บุคลากร และประชาชนโดยเร็วที่สุด สิ่งที่เรายืนยันคือ ความปลอดภัยต้องมาก่อน โรงเรียนใดยังไม่พร้อม ไม่จำเป็นต้องเร่งเปิดเรียน ต้องตรวจสอบอาคาร ระบบไฟฟ้า น้ำประปา และสภาพแวดล้อมให้มั่นใจก่อน ส่วนการเรียนการสอนสามารถปรับรูปแบบได้ตามความเหมาะสม โดยต้องไม่สร้างภาระเพิ่มเติมให้กับเด็ก ครู และครอบครัว” รมว.ศธ. กล่าว
หลังจากนั้น รมว.ศธ. และคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัย พร้อมให้กำลังใจศูนย์อาชีวะอาสา Fix it Center ณ วัดมงคลนิมิตร บ้านตี๊ด และโรงเรียนบ้านส้าน (คุรุราษฎร์นังสรรค์) อำเภอปัว จังหวัดน่าน รวมถึงโรงเรียนบ้านดอนศรีเสริม อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน
นายประเสริฐ กล่าวว่า ตนได้กำชับให้ทุกหน่วยงานสำรวจความเสียหายของอาคารเรียน สนามเด็กเล่น ระบบไฟฟ้า ครุภัณฑ์ สื่อการเรียนรู้ และเอกสารราชการอย่างละเอียด พร้อมประเมินความพร้อมของสถานศึกษาเป็นรายแห่ง หากโรงเรียนใดยังไม่พร้อม ให้ปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับบริบท และเร่งเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟูโดยทันที
“กระทรวงศึกษาธิการจะไม่ทิ้งโรงเรียน ไม่ทิ้งครู ไม่ทิ้งนักเรียน และไม่ทิ้งประชาชนไว้ข้างหลัง ทุกหน่วยงานต้องทำงานร่วมกันอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ ตั้งแต่การช่วยเหลือเฉพาะหน้า การทำความสะอาด การตรวจระบบไฟฟ้า ไปจนถึงการซ่อมแซมและฟื้นฟู เพื่อให้สถานศึกษากลับมาเปิดเรียนได้อย่างปลอดภัยที่สุด” รมว.ศธ. กล่าว
รมว.ศธ. ย้ำว่า ภารกิจครั้งนี้สะท้อนหลักการ #AllforEducation ที่ทุกส่วนงานของกระทรวงศึกษาธิการและทุกภาคส่วนในพื้นที่ร่วมแรงร่วมใจกันนำองค์ความรู้ ทักษะวิชาชีพ เครื่องมือ และกำลังคนออกมาช่วยเหลือสังคม โดยระดมกำลังจากสถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงอาชีวะอาสาและศูนย์ Fix It Center เข้าสนับสนุนภารกิจฟื้นฟูและดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง เพราะในทุกวิกฤต “การศึกษา” ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงส่งต่อความรู้ แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการดูแลผู้คนและช่วยฟื้นชุมชนให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง
นอกจากนี้ นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการ กช. ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้บริหาร ครู บุคลากร และนักเรียนของโรงเรียนเอกชน พร้อมร่วมหารือแนวทางฟื้นฟูสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ณ โรงเรียนซินจง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน
นายมณฑล กล่าวว่า สช. พร้อมประสานความช่วยเหลือจากพื้นที่ถึงส่วนกลาง เร่งสำรวจความเสียหาย และผลักดันการเยียวยาให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงตามความจำเป็น เพื่อให้โรงเรียนสามารถกลับมาจัดการเรียนการสอนได้อย่างปลอดภัย และเด็กทุกคนกลับเข้าสู่ห้องเรียนได้โดยเร็วที่สุด พร้อมสร้างความมั่นใจให้โรงเรียนเอกชนและบุคลากรในสังกัด ว่า “เมื่อเกิดภัย โรงเรียนไม่ได้เผชิญปัญหาเพียงลำพัง”
“วันนี้เราไม่ได้มาดูเพียงความเสียหายของอาคาร แต่เรามาดูว่า หลังน้ำลดแล้ว โรงเรียนจะกลับมายืนได้อย่างไร และเด็กจะกลับมาเรียนอย่างมั่นใจได้เมื่อใด สช. จะเดินเคียงข้างโรงเรียน ตั้งแต่การสำรวจความเสียหาย การประสานการช่วยเหลือ ไปจนถึงการฟื้นฟูให้โรงเรียนกลับมาเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และความหวังของชุมชนอีกครั้ง” เลขาธิการ กช. กล่าว
ทั้งนี้ สช. มีมาตรการช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนที่ประสบภัยพิบัติ ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข การอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนที่ประสบภัยพิบัติ พ.ศ. 2569 ประกาศ ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 โดยกำหนดแนวทางช่วยเหลือและเยียวยานักเรียนและโรงเรียนเอกชนที่ประสบภัยพิบัติ รวมถึงหลักเกณฑ์ วิธีการ และแนวปฏิบัติในการสนับสนุนงบประมาณและพิจารณาคำของบประมาณเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้โรงเรียนสามารถฟื้นฟูและกลับมาดำเนินการจัดการศึกษาได้โดยเร็ว
ขอขอบคุณภาพจาก // กรมประชาสัมพันธ์ จ.น่าน และศธจ.น่าน
นิชาดา บรรเด็จ // ข่าว
ประชาสัมพันธ์ สช.
#โรงเรียนเอกชน #การศึกษาเอกชน #สช #สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน #opec




สช. หารือ INET เดินหน้าเชื่อมโยงระบบข้อมูลการศึกษา สู่แพลตฟอร์ม “EduPass” ยกระดับบริการการศึกษาไทยยุคดิจิทัล

