Black bow

เลขาธิการ กช. “นิติ” เปิดเวทีดนตรีเยาวชนกว่า 1,500 คน ชูแนวคิด “เด็กเอกชนต้องเป็น STAR” เสริมศักยภาพรอบด้าน ควบคู่ความสุขในการเรียนรู้

20 ต.ค. 69 เวลา 16:56 น.68 ครั้งพิมพ์
นิชาดา บรรเด็จ
กลุ่มเลขานุการกรม

วันนี้ (20 ตุลาคม 2569) เวลา 09.00 น. ดร.นิติ นาชิต เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) เป็นประธานเปิดการแข่งขันทักษะดนตรี ประจำปี พ.ศ. 2569 จัดโดยสมาคมโรงเรียนดนตรีเอกชน โดยมี นายวิสูตร อินทรพิจิตร นายกสมาคมโรงเรียนดนตรีเอกชน พร้อมด้วย คณะกรรมการจัดการแข่งขัน คณะกรรมการตัดสิน ผู้ปกครอง และเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 1,500 คน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงความสามารถ พัฒนาทักษะทางดนตรี และต่อยอดศักยภาพของตนเอง ณ อาคารสยามปทุมเฮ้าส์ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

 

ดร.นิติ นาชิต เลขาธิการ กช. กล่าวว่า การพัฒนาคนในปัจจุบันควรให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ทั้งด้านวิชาการ ศิลปะ ดนตรี และกีฬา ควบคู่กันไป เพื่อส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนอย่างรอบด้าน โดยความรู้ทางวิชาการช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ การใช้เหตุผล และการคิดอย่างเป็นระบบ ซึ่งมักเชื่อมโยงกับการทำงานของสมองซีกซ้าย ขณะที่ศิลปะและดนตรีเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ใช้จินตนาการ แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ และซึมซับสุนทรียภาพ ซึ่งมักเชื่อมโยงกับการทำงานของสมองซีกขวา เนื่องจากสมองทั้งสองซีกทำงานประสานกันในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ส่งผลให้ทักษะเหล่านี้สามารถเกื้อหนุนกันและนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้และสามารถต่อยอดไปสู่การประกอบอาชีพในอนาคตได้อย่างเหมาะสม

 

จากแนวทางการจัดการศึกษาของต่างประเทศ โดยเฉพาะโรงเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นนำที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ จะพบว่ามีการบูรณาการศิลปะและดนตรีไว้ในหลักสูตรด้วย เพื่อไม่ให้ผู้เรียนมุ่งเน้นแต่การเรียนวิชาการ แต่ได้รับการพัฒนาทั้งความรู้ ความคิด และสุนทรียภาพไปพร้อมกัน แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การจัดการศึกษาที่ดีต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนอย่างสมดุล เพราะหากมุ่งเน้นด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป อาจทำให้ขาดองค์ประกอบสำคัญในการเติบโตเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์

 

เลขาธิการ กช. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เป็นหน่วยงานที่ส่งเสริม สนับสนุน และกำกับดูแลโรงเรียนเอกชนทั้งในระบบและนอกระบบ โดยโรงเรียนนอกระบบมีการจัดการศึกษา 7 ประเภท หนึ่งในนั้นคือโรงเรียนประเภทศิลปะและดนตรี ซึ่งจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรระยะสั้นและมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนในมิติต่าง ๆ การดำเนินงานของสมาคมโรงเรียนดนตรีเอกชนและเครือข่ายโรงเรียนดนตรีทั่วประเทศ จึงเป็นพลังสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ตามความสนใจและความถนัด โดยมีผู้ปกครองร่วมสนับสนุนอย่างใกล้ชิด ช่วยเติมเต็มทักษะด้านสุนทรียะควบคู่กับวิชาการ และต่อยอดไปสู่การเรียนรู้ การประยุกต์ใช้ความรู้ และการประกอบอาชีพในอนาคต

 

สำหรับทิศทางการพัฒนาการศึกษาเอกชน ดร.นิติ เปิดเผยว่า ตั้งแต่เข้ารับหน้าที่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศการศึกษาเอกชนที่มีคุณภาพ เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนสามารถค้นพบความโดดเด่นของตนเอง และเติบโตเป็น “STAR” หรือดวงดาวที่เปล่งประกายจากศักยภาพเฉพาะตัว โดยกำหนดแนวคิดการพัฒนาไว้ 4 ด้านสำคัญ ดังนี้

 

S – Self-Discovery & Talent: มุ่งให้ผู้เรียนค้นพบความสนใจ ความสามารถ และทิศทางที่เหมาะสมกับตนเอง โดยกิจกรรมทางดนตรีถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยจุดประกายให้เด็กค้นพบว่าตนเองมีความถนัดด้านใด และสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้อย่างไร

 

T – Tech AI & Multilingual Ability: ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเข้ามามีบทบาทในวงการดนตรีมากขึ้น ทั้งการแต่งเพลงและการสร้างสรรค์ผลงาน จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมและสร้างประโยชน์จากการเรียนรู้

 

A – Accredited Competency: มุ่งพัฒนาระบบที่เปิดโอกาสให้ทักษะและประสบการณ์จากการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบสามารถนำไปเชื่อมโยงกับหลักสูตรและเทียบโอนเป็นหน่วยกิตได้ เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการเรียน ไม่เพิ่มภาระให้ผู้เรียนจนเกิดความเครียด และสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกันอย่างเหมาะสม ช่วยให้ผู้เรียนมีเวลาได้พักผ่อน มีความสุขกับการเรียน และยังสามารถบรรลุเป้าหมายตามความมุ่งหวังของตนเอง

 

R – Resilient & Responsible Citizen: มุ่งเสริมสร้างให้ผู้เรียนสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลง มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม ตลอดจนนำองค์ความรู้และทักษะที่ได้รับไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม เพราะไม่ว่าผู้เรียนจะมีความรู้ความสามารถมากเพียงใด การดำรงชีวิตในสังคมจำเป็นต้องมีความรับผิดชอบและคำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมด้วย

 

“เป้าหมายของ สช. คือการทำให้เด็กทุกคนเป็นดวงดาวที่โดดเด่นในแบบของตัวเอง ภายใต้ระบบนิเวศการศึกษาเอกชนที่มีคุณภาพ โดยไม่ใช่การเพิ่มการเรียนรู้จนเด็กเกิดความเครียด แต่ต้องทำให้การเรียนรู้แต่ละด้านเชื่อมโยงกัน เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน และทำให้เด็กมีความสุขกับการเรียนรู้ ขณะเดียวกันก็ยังสามารถพัฒนาตนเองไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้” ดร.นิติ กล่าว

 

เลขาธิการ กช. กล่าวทิ้งท้ายว่า การแข่งขันทักษะดนตรีในครั้งนี้เป็นเวทีที่สะท้อนผลลัพธ์จากกระบวนการเรียนรู้ของเยาวชน ผ่านการจัดการศึกษาของโรงเรียนนอกระบบประเภทศิลปะและดนตรีที่ร่วมกันขับเคลื่อนภายใต้การส่งเสริมและสนับสนุนของ สช. จึงขอชื่นชมเยาวชนทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขัน รวมถึงผู้ปกครองที่ให้การสนับสนุนบุตรหลานในการพัฒนาความสามารถที่หลากหลาย ไม่จำกัดอยู่เพียงด้านวิชาการ แต่ยังเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านอื่น ๆ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตในอนาคต

 

ทั้งนี้ การแข่งขันย่อมมีทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ แต่ผลการแข่งขันไม่ควรเป็นเครื่องตัดสินว่าใครเก่งที่สุดหรือมีคุณค่ามากกว่าใคร หากสิ่งสำคัญคือการที่เยาวชนกล้าแสดงความสามารถให้ผู้อื่นได้รับรู้ถึงศักยภาพของตนเอง ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และนำข้อค้นพบจากการแข่งขันไปพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น จึงขอเป็นกำลังใจให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งประมาณ 1,500 คน ได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่

 

นิชาดา บรรเด็จ // ภาพ:ข่าว

ประชาสัมพันธ์ สช.

 

#โรงเรียนเอกชน #การศึกษาเอกชน #สช #สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน #opec

รายการกิจกรรมผู้บริหารอื่นๆ