วันนี้ (6 มิถุนายน 2569) เวลา 09.45 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมประกาศเจตนารมณ์ “บูรณาการการขับเคลื่อนการยกระดับทุนมนุษย์และปกป้องคุ้มครองสิทธิ์เสรีภาพของคนไทยทุกช่วงวัย” ระหว่าง 3 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา
โดยมี นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) รศ.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนจังหวัดนครราชสีมาสู่ “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (Education Sandbox)” แห่งแรกของประเทศไทย
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศธ. กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมามีศักยภาพสูงทั้งด้านจำนวนประชากร โครงสร้างพื้นฐาน และความพร้อมด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยการบูรณาการความร่วมมือของทั้ง 3 กระทรวงในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้าง “โคราชโมเดล” เพื่อยกระดับทุนมนุษย์อย่างเป็นระบบ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัยอย่างเป็นรูปธรรม ภายในระยะเวลา 1 ปี
โดยการดำเนินงานจะขับเคลื่อนผ่าน 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1. ยกระดับอาหารกลางวันและโภชนาการเด็ก โดยปรับระบบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นผู้จัดซื้อวัตถุดิบและปรุงอาหารในระดับตำบล เพื่อส่งต่อให้โรงเรียน มีเป้าหมายเพื่อช่วยลดภาระครู โดย ศธ. จะใช้แอปพลิเคชันเข้ามาช่วยวิเคราะห์และดูแลคุณค่าทางโภชนาการ พร้อมติดตามสุขภาพเด็กอย่างใกล้ชิด
2. สถานศึกษาปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติดและความรุนแรง ขอฝากถึงผู้ปกครองและหน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะฝ่ายปกครอง และ อปท. ช่วยร่วมดูแลความปลอดภัยโดยรอบสถานศึกษา พร้อม ๆ กับกวดขันเรื่องยาเสพติดอย่างเข้มงวด ขณะที่ ศธ. และ พม. จะร่วมกันพิทักษ์สิทธิเด็ก ซึ่ง ศธ. ได้ตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพฯ เป็นระบบเยียวยาและเข้าช่วยเหลือเด็กที่ถูกรังแก หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมถึงดูแลครู และบุคลากรทางการศึกษาด้วย รวมถึงดูแลความปลอดภัยในการเดินทางและการทัศนศึกษา และเป็นศูนย์กลางข้อมูลระหว่างนักกฎหมาย นักจิตวิทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
3. โอกาสที่เท่าเทียมของเด็กพิการ เป็นกลไกของทั้ง 3 กระทรวง โดย พม. จะทำงานเชิงรุกร่วมกันเพื่อค้นหาและช่วยเหลือเด็กพิการให้ได้รับการศึกษาที่เหมาะสมทันทีในทุกกลุ่ม โดยไม่ต้องรอให้ครอบครัวร้องขอความช่วยเหลือ
4. พาเด็กหลุดระบบกลับเข้าสู่การศึกษา (Thailand Zero Drop-out) ปัจจุบันโคราชมีเด็กหลุดจากระบบการศึกษากว่า 10,000 คน ด้วยสาเหตุต่างกัน ทั้งย้ายตามผู้ปกครอง ครอบครัวไม่พร้อม โดยจะใช้กลไกของ 3 กระทรวง จัดรูปแบบการเรียนที่ยืดหยุ่น "เรียนไปทำงานไป" พร้อมใช้ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ให้สามารถสะสมและเทียบโอนหน่วยกิตได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ
5. ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) โดยปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการเรียนรู้ รองรับการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมสามารถนำประสบการณ์การทำงานมาเทียบโอนเป็นหน่วยกิตการศึกษาได้
6. ชุมชนคือห้องเรียน (Community-Based Learning) ที่จะออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสม โดยใช้ประโยชน์จากต้นทุนในพื้นที่ เช่น วัด โรงเรียน สถานที่สาธารณะ บ้านเรือน และคณะกรรมการหมู่บ้าน ร่วมกันเป็นพื้นที่สร้างการเรียนรู้ให้คนทุกช่วงวัย
นายประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการจะเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย Thailand Zero Dropout อย่างเข้มข้น โดยใช้ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) และรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา รวมถึงผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน สามารถกลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ได้ตลอดเวลา สอดคล้องกับแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
"สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มุ่งสู่ทิศทาง 'โคราชเมืองอัจฉริยะและเมืองแห่งการเรียนรู้' ในอนาคต ซึ่งนอกเหนือจากประเด็นการศึกษาแล้ว แผนงานนี้ยังเชื่อมโยงกับการผลักดันจังหวัดนครราชสีมา สู่การเป็น Korat Smart City, MICE City (ศูนย์กลางการประชุมนิทรรศการระดับโลก), และ Wellness Hub (ศูนย์กลางสุขภาพ) รวมถึงการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนนักศึกษาทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ (Guide) รองรับนักท่องเที่ยวและผู้ร่วมงานระดับนานาชาติ เช่น มหกรรมพืชสวนโลกระดับโลก (Korat Expo 2029) ในปี 2572 เพื่อสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้กับจังหวัดอย่างยั่งยืน" รมว.ศธ.กล่าว
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กล่าวว่า จากปัญหาความท้าทายของโครงสร้างประชากร ตั้งแต่จำนวนเด็กที่เกิดใหม่ ไปจนถึงการดูแลผู้สูงอายุในอนาคต เป็นสิ่งที่เราต้องขอทำงานร่วมกับ ศธ. และ มท. อย่างใกล้ชิดมากขึ้น ตาม 6 ประเด็นที่ พม. จะขับเคลื่อนให้เป็น "โคราชโมเดล" ครอบคลุมให้ครบทุกตำบล เช่น การจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชน, การขับเคลื่อนโรงเรียนผู้สูงอายุ, การขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการชุมชน ที่จะต้องผสานพลังเครือข่ายทั้งจากภาคการศึกษาและฝ่ายปกครอง เพื่อเป้าหมายเดียวกัน คือ ดูแลประชาชน 'ชาวโคราช' ทุกช่วงวัยให้ครอบคลุมทุกมิติ
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมช.มท.) เปิดเผยว่า พร้อมร่วมขับเคลื่อนกับ ศธ.-พม. เพื่อนำนโยบายสู่ภาคปฏิบัติ โดยย้ำว่าสิ่งที่พูดไป ต้องเกิดขึ้นจริง และสิ่งไหนทำได้ทันทีจะทำเลย เช่น การเชื่อมโยงฐานข้อมูลและการส่งฝ่ายปกครอง (กรมการปกครอง) การลงพื้นที่ช่วยเหลือและรับฟังปัญหาของประชาชนร่วมกับอีก 2 กระทรวง และพร้อมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาจังหวัด ตลอดจนโครงการสำคัญต่าง ๆ เช่น การประสานงานเพื่อเร่งรัดโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งมอเตอร์เวย์ ถนนหนทางต่าง ๆ รองรับการจัดงานพืชสวนโลกในปี 2572 ที่ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก 2 - 6 ล้านคน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในโคราช สำหรับโครงการที่ต้องใช้เงินลงทุน จะเร่งผลักดันเข้าสู่กระบวนการงบประมาณปี 2570 เพื่อให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวง สามารถขับเคลื่อนแผนงานที่วางไว้ให้ชาวโคราชได้อย่างเต็มรูปแบบต่อไป
ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายประเสริฐ พร้อมด้วยนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคณะผู้บริหาร ศธ. ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบการขับเคลื่อน “PHIMAI Model” ภายใต้ความร่วมมือของ ศธ. พม. และ มท.
รมว.ศธ. กล่าวภายหลังเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้กลุ่มเปราะบาง ว่า PHIMAI Model เป็นรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางที่มุ่งสร้างโอกาส ความเท่าเทียม และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านการบูรณาการการทำงานใน 4 มิติ ได้แก่ การเรียนรู้อย่างปลอดภัย การสร้างโอกาสทางการศึกษา การมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่าย และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีฐานการเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งด้านดิจิทัล การฝึกอาชีพ การสร้างรายได้ และการส่งเสริมสุขภาวะ
นายประเสริฐ กล่าวย้ำว่า การพัฒนาทุนมนุษย์คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการดูแลผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางให้สามารถเข้าถึงความรู้ ทักษะอาชีพ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างเท่าเทียม พร้อมมอบนโยบายให้ปรับหลักสูตรการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทโลกยุคดิจิทัล เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุและประชาชนสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ เพื่อนำไปต่อยอดสร้างรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน
สำหรับประเด็นความปลอดภัยในสถานศึกษา รมว.ศธ. เน้นย้ำว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ลงนามความร่วมมือกัน 18 หน่วยงานเครือข่าย เพื่อยกระดับระบบความปลอดภัยในสถานศึกษา พร้อมจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและความปลอดภัย เพื่อรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ
“ความปลอดภัยไม่ได้หมายถึงเฉพาะในรั้วโรงเรียน แต่รวมถึงการใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลด้วย ปัจจุบันเด็กและเยาวชนต้องเผชิญความเสี่ยงทางไซเบอร์มากขึ้น กระทรวงศึกษาธิการจึงเดินหน้าส่งเสริมความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ควบคู่กับการสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล เพื่อให้เด็กไทยสามารถเรียนรู้และเติบโตได้อย่างปลอดภัยในโลกยุคใหม่” นายประเสริฐ กล่าว
ในช่วงท้าย รมว.ศธ. ได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วน รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำว่า ในฐานะรัฐบาล มีหน้าที่ร่วมมือกันทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งให้กำลังใจกลุ่มผู้สูงอายุและชาวโคราช ให้มีรอยยิ้ม มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง มีสติปัญญาและพลังในการร่วมกันพัฒนาชาติบ้านเมืองต่อไป
โดยการลงพื้นที่ของกระทรวงศึกษาธิการในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา พัฒนาทุนมนุษย์ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัย โดยมีจังหวัดนครราชสีมาเป็นต้นแบบสำคัญของการขับเคลื่อน “เมืองแห่งการเรียนรู้” ที่พร้อมเติบโตสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ สังคม และนวัตกรรมแห่งอนาคตของประเทศ
ขอขอบคุณข้อมูลข่าวและภาพจาก // หน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ
นิชาดา บรรเด็จ // เรียบเรียง
ประชาสัมพันธ์ สช.
#โรงเรียนเอกชน #การศึกษาเอกชน #สช #สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน #opec





“รมว.ศธ.” ยกทีมผู้บริหาร ศธ. รวมถึง เลขาธิการ กช. ลงพื้นที่โคราช ยกเป็นพื้นที่นำร่อง “Education Sandbox” บูรณาการความร่ว...

