บ่ายวันนี้ (25 ตุลาคม 2569) ดร.นิติ นาชิต เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ร่วมเวทีเสวนา ในหัวข้อ “การบริหารงานการศึกษาเอกชน” ภายใต้โครงการยกระดับทักษะและสมรรถนะผู้นำการขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต กิจกรรมที่ 3 พัฒนาทักษะผู้ดำรงตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัดสู่ผู้นำการศึกษายุคใหม่ เน้นย้ำบทบาทศึกษาธิการจังหวัดเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาเอกชนในระดับพื้นที่ พร้อมชู 5 ยุทธศาสตร์ พลิกโฉมการศึกษาเอกชนไทยสู่องค์กรคุณภาพที่ขับเคลื่อนด้วยผลลัพธ์และความเชื่อมั่น มุ่งพัฒนาผู้เรียนสู่ “OPEC STAR” ให้มีคุณภาพและพร้อมรับอนาคต โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ประวิต เอราวรรณ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมด้วย คณะผู้บริหารระดับสูง ศธ. ศึกษาธิการจังหวัดทั่วประเทศ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
เวทีเสวนาครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และเชี่ยวชาญทางด้านการพัฒนาบทบาทหน้าที่ในการบริหารงานการศึกษา ได้แก่ ดร.นิติ นาชิต เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน นางพัชราพรรณ กฤษฎาจินดารุ่ง ผู้อำนวยการสำนักนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย และนางสาวกาญจนา หงษ์รัตน์ ผู้อำนวยการสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ร่วมอภิปรายในหัวข้อ “บทบาทหน้าที่ของศึกษาธิการจังหวัดสำหรับงานในบทบาทใหม่” โดยมีประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษา คือ การศึกษาปฐมวัย การส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) การขับเคลื่อนสมัชชาการศึกษาจังหวัด รวมถึงการบริหารจัดการศึกษาเอกชน
ดร.นิติ นาชิต เลขาธิการ กช. กล่าวว่า สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเป็นกลไกหลักในการบริหารจัดการ กำกับดูแล และส่งเสริมการศึกษาเอกชนในระดับจังหวัด ภายใต้กฎหมาย ระเบียบ และนโยบายที่เกี่ยวข้อง โดยมี สช. ส่วนกลางทำหน้าที่กำหนดทิศทางและสนับสนุนการดำเนินงาน ทั้งสองหน่วยงานจึงต้องประสานการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และตอบสนองต่อความต้องการของสถานศึกษา ครู และผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภารกิจสำคัญของศึกษาธิการจังหวัดครอบคลุมการอนุญาตและกำกับกิจการโรงเรียนเอกชนทั้งในระบบ นอกระบบ และโรงเรียนนานาชาติ การบริหารจัดสรรเงินอุดหนุน การขับเคลื่อนนโยบายและงานวิชาการ การกำกับติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนและการใช้เงินอุดหนุนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ตลอดจนการดูแลสวัสดิการครูเอกชน การประสานความร่วมมือผ่านคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด (ปส.กช.) และการสนับสนุนข้อมูลสารสนเทศเพื่อประกอบการบริหารจัดการในระดับจังหวัด
เลขาธิการ กช. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนการศึกษาเอกชน โดย สช. กำหนด 5 ยุทธศาสตร์สำคัญ โดยมี ศธจ. เป็นกำลังสำคัญในการนำไปดำเนินการในระดับพื้นที่ ดังนี้
1. พลิกโฉมการบริหารจัดการองค์กรด้วยฐานข้อมูลอัจฉริยะ : ส่งเสริมการเชื่อมโยงข้อมูลสถานศึกษา ครู และผู้เรียน สนับสนุนการใช้ระบบ EduPass และ e-Office รวมถึงพัฒนาการบริหารจัดการโรงเรียนให้มีธรรมาภิบาล โปร่งใส และตรวจสอบได้
2. พลิกโฉมนวัตกรรมการเรียนรู้และยกระดับทุนมนุษย์รองรับอนาคต : ส่งเสริมทักษะแห่งอนาคต ทั้งเทคโนโลยีดิจิทัล AI และภาษาต่างประเทศ สนับสนุนการเรียนรู้แบบไร้รอยต่อ ระบบธนาคารหน่วยกิต และการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนให้สอดคล้องกับความต้องการของโลกอนาคต พร้อมให้ความสำคัญกับสุขภาวะและการคุ้มครองสิทธิของผู้เรียน
3. พลิกโฉมการพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพและสุขภาวะครู : บูรณาการความร่วมมือระหว่าง สช. ปส.กช. สถาบันอุดมศึกษา และเครือข่ายในจังหวัด เพื่อพัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา สนับสนุนการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครู
4. พลิกโฉมการบริหารทรัพยากรทางการศึกษาอย่างยั่งยืน : กำกับติดตามการใช้เงินอุดหนุนให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน พร้อมนำเสนอข้อมูลเพื่อประกอบการจัดสรรทรัพยากรให้สอดคล้องกับความจำเป็นและบริบทของแต่ละพื้นที่ รวมถึงประสานภาคเอกชนและหน่วยงานในพื้นที่เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการศึกษา
5. พลิกโฉมเครือข่ายความร่วมมือและการสื่อสารเชิงรุก : ร่วมกับ ปส.กช. โรงเรียนเอกชนทุกประเภท สถาบันอุดมศึกษา สถานประกอบการ และชุมชน สร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับจังหวัด พร้อมสื่อสารผลการดำเนินงานและผลงานที่โดดเด่นของสถานศึกษา เพื่อสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นต่อการศึกษาเอกชนไทย
“การขับเคลื่อนทั้ง 5 ยุทธศาสตร์ จำเป็นต้องอาศัยบทบาทผู้นำของศึกษาธิการจังหวัดในการเชื่อมโยงนโยบายส่วนกลางเข้ากับการดำเนินงานในพื้นที่ ตั้งแต่การวางแผนพัฒนาการศึกษา การสนับสนุนสถานศึกษา การกำกับติดตามผลการดำเนินงาน ไปจนถึงการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยใช้ข้อมูลเป็นฐานในการตัดสินใจ และมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนเป็นสำคัญ” ดร.นิติ กล่าว
เลขาธิการ กช. เปิดเผยว่า เป้าหมายสำคัญของการพลิกโฉมการศึกษาเอกชน คือ การพัฒนาผู้เรียนทุกประเภทให้เป็น “OPEC STAR” ซึ่งประกอบด้วย S: Self-Discovery & Talent รู้จักตัวตนและค้นพบความถนัด, T: Tech, AI, Multilingual & Skill Ability เชี่ยวชาญเทคโนโลยี AI ภาษาต่างประเทศ และทักษะที่จำเป็น, A: Accredited Competency มีสมรรถนะหลากหลายที่โลกอนาคตต้องการ, R: Resilient & Responsible Citizen มีภูมิคุ้มกันชีวิตและจิตสำนึกต่อสังคม โดยมุ่งให้ผู้เรียนเป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพและพร้อมก้าวสู่อนาคต
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) วางทิศทางการยกระดับการบริหารงานการศึกษาเอกชนที่ให้ความสำคัญกับการทำงานเชิงบูรณาการ การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในทุกระดับ โดยมีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาเอกชนไทยให้มีคุณภาพ มีมาตรฐาน โปร่งใส และได้รับความเชื่อมั่นจากสังคมอย่างยั่งยืน
นิชาดา บรรเด็จ // ภาพ:ข่าว
ประชาสัมพันธ์ สช.
#โรงเรียนเอกชน #การศึกษาเอกชน #สช #สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน #opec




เลขาธิการ กช. ร่วมเวทีวิชาการนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ชูแนวคิด “Productivity-based Learning” พัฒนา...