เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ดร.ภิญญา รัตนวรชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (รองเลขาธิการ กช.) ร่วมเป็นวิทยากรในเวทีเสวนารับฟังความคิดเห็น เรื่อง “การขับเคลื่อนกลไกเชิงนโยบายเพื่อยกระดับการส่งเสริมการเรียนรู้ การศึกษาเอกชน การศึกษาพิเศษ และความเท่าเทียมทางการศึกษาของไทย” จัดโดยคณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา โดยมี ดร.กมล รอดคล้าย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาฯ เป็นประธานเปิดงาน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเชื่อมโยงข้อเสนอเชิงนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริง ณ ห้องประชุม 402–403 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
เวทีดังกล่าวมีการนำเสนอภารกิจและแนวทางการดำเนินงานใน 4 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมการเรียนรู้ การศึกษาเอกชน การศึกษาพิเศษ และความเท่าเทียมทางการศึกษา ขณะที่ในช่วงนำเสนอนโยบายและแผนการดำเนินงาน ดร.ภิญญา รัตนวรชาติ ได้รับมอบหมายให้นำเสนอ “นโยบายและแนวทางสนับสนุนส่งเสริมโรงเรียนเอกชนในระบบ โรงเรียนนานาชาติ และโรงเรียนอิสลามศึกษา”
ดร.ภิญญา กล่าวว่า โลกการศึกษากำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่ความต้องการของผู้เรียนและผู้ปกครองมีความหลากหลายมากขึ้น การจัดการศึกษาในปัจจุบันจึงไม่สามารถใช้แนวคิด “จัดการศึกษาให้ทุกคนเหมือนกัน” ได้อีกต่อไป แต่ต้องปรับเป็น “จัดการศึกษาให้ตรงกับแต่ละคน” เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเลือกเส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับศักยภาพ ความสนใจ เป้าหมายชีวิต และบริบทของตนเอง
สำหรับบทบาทของการศึกษาเอกชน จำเป็นต้องปรับตัวให้สอดรับกับบริบทโลกและความต้องการของสังคมที่เปลี่ยนไป ขณะเดียวกันภาครัฐ โดยเฉพาะ สช. ต้องปรับบทบาทด้านการส่งเสริมและกำกับดูแลให้มีความทันสมัย ยืดหยุ่น และตอบโจทย์ผู้เรียนมากขึ้น โดยต้องทำให้การศึกษาเอกชนมี อัตลักษณ์ และมีทางเลือกที่หลากหลาย สามารถเป็นกลไกสำคัญในการเติมเต็มช่องว่างและตอบสนองความต้องการที่ระบบการศึกษาในภาพรวมอาจไม่สามารถจัดให้ได้ทั้งหมด
“วันนี้ผู้เรียนไม่ได้ต้องการคำตอบเพียงแบบเดียว แต่ต้องการทางเลือกที่เหมาะกับตัวเอง การศึกษาเอกชนจึงต้องพร้อมปรับตัว ทั้งในเรื่องรูปแบบ หลักสูตร ค่าใช้จ่าย และการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้มากขึ้น” ดร.ภิญญา กล่าว
รองเลขาธิการ กช. กล่าวเพิ่มเติมว่า ความต้องการของผู้เรียนยุคใหม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากกลุ่มผู้เรียนที่มีความต้องการแตกต่างกัน ดังนี้
1. กลุ่มที่ต้องการความเป็นสากล
สนใจหลักสูตรนานาชาติ หลักสูตรสองภาษา และการเตรียมความพร้อมสู่การศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ ซึ่งโรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนที่จัดการศึกษารูปแบบสากลมีบทบาทสำคัญในการตอบโจทย์ดังกล่าว รวมถึงแนวโน้มการปรับรูปแบบค่าธรรมเนียมการศึกษาให้ประชาชนในชุมชนสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น
2. กลุ่มฐานรากและชุมชน
ต้องการโรงเรียนใกล้บ้าน ค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้ และการดูแลผู้เรียนอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่โรงเรียนเอกชนในพื้นที่สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างโอกาสทางการศึกษา
3. ผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ
ทั้งเด็กพิการ เด็กที่มีความสามารถพิเศษ ตลอดจนเด็กและเยาวชนที่มีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา จำเป็นต้องได้รับการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับศักยภาพและความจำเป็นเฉพาะบุคคล
4. การศึกษาตามอัตลักษณ์และศาสนา
ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนสอนศาสนา สถาบันศึกษาปอเนาะ หรือโรงเรียนตามความเชื่อ ซึ่งมีบทบาทในการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบททางสังคม วัฒนธรรม และความเชื่อของผู้เรียนและชุมชน
5. อาชีวศึกษาเอกชนและการเรียนรู้ของวัยทำงาน
มุ่งเน้นทักษะที่สามารถนำไปใช้ในการทำงานได้จริง รวมถึงการยกระดับทักษะและปรับทักษะของกำลังแรงงานให้สอดรับกับตลาดงานและการเปลี่ยนแปลงของโลกอาชีพ
และ 6. การเรียนรู้นอกระบบและออนไลน์
ทั้งหลักสูตรระยะสั้น การเรียนรู้แบบไฮบริด และประกาศนียบัตรย่อย ซึ่งกำลังกลายเป็นทางเลือกสำคัญของผู้เรียนที่ต้องการความยืดหยุ่นด้านเวลา สถานที่ และรูปแบบการเรียนรู้
ดร.ภิญญา ย้ำว่า สช. ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจส่งเสริมและกำกับดูแลการศึกษาเอกชน ต้องเดินหน้าปรับระบบให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เพียงการกำกับให้โรงเรียนดำเนินการตามมาตรฐานเท่านั้น แต่ต้องสนับสนุนให้โรงเรียนสามารถพัฒนาจุดเด่น สร้างอัตลักษณ์ และออกแบบการจัดการศึกษาให้มีความหลากหลาย โดยยังคงยึดหลักคุณภาพ ความปลอดภัย และโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ ยังเปิดโอกาสให้หน่วยงานระดับพื้นที่และภาคีเครือข่ายร่วมสะท้อนผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และความต้องการจากการปฏิบัติงานจริง ก่อนนำไปสู่การแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อเชื่อมโยงระดับนโยบายสู่ระดับปฏิบัติ และร่วมกันวางกลไกเพื่อยกระดับการส่งเสริมการเรียนรู้ การศึกษาเอกชน การศึกษาพิเศษ และความเท่าเทียมทางการศึกษาของไทยต่อไป
ขอขอบคุณภาพจาก // คณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา
นิชาดา บรรเด็จ // ข่าว
ประชาสัมพันธ์ สช.
#โรงเรียนเอกชน #การศึกษาเอกชน #สช #สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน #opec




สช. ร่วมถอดรหัสความสำเร็จ “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” ต่อยอด Education Sandbox สู่อนาคตการศึกษาไทย
