วันนี้ (2 กันยายน 2569) ดร.ภิญญา รัตนวรชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (รองเลขาธิการ กช.) เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นร่างระเบียบกระทรวงศึกษาธิการและร่างประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำหรับผู้แทนสถาบันศึกษาปอเนาะ โดยมี นางสาวนิตยา ปัดไธสง ผู้อำนวยการกลุ่มงาน โรงเรียนสามัญศึกษา สช. ดร.บุศรินทร์ นาคอุบล ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย คณะผู้บริหารและบุคลากรสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดและอำเภอ สช.ส่วนกลาง และผู้แทนสถาบันศึกษาปอเนาะ จาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วม ณ โรงแรมบีพี แกรนด์ทาวเวอร์ หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ดร.ภิญญา กล่าวว่า สถาบันศึกษาปอเนาะและศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) มีบทบาทสำคัญต่อชุมชนมาอย่างยาวนาน ทั้งการถ่ายทอดความรู้ทางศาสนา การส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม รวมถึงการธำรงไว้ซึ่งอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของชุมชน ดังนั้น การกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการจัดตั้งและการดำเนินงาน จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงทั้งมาตรฐานการจัดการศึกษาและบริบทของพื้นที่ เพื่อให้หลักเกณฑ์มีความเหมาะสม ชัดเจน และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ โครงการยกระดับมาตรฐานการขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันศึกษาปอเนาะและศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) มุ่งพัฒนาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจัดตั้งให้มีความเหมาะสม ชัดเจน และสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ร่วมสะท้อนปัญหา อุปสรรค ข้อจำกัด และข้อเสนอแนะจากประสบการณ์จริง
สำหรับเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ มุ่งระดมข้อคิดเห็นต่อร่างกฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่
1. ร่างประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง การกำหนดประเภทและลักษณะของโรงเรียน การจัดการเรียนการสอนและหลักสูตรของโรงเรียนนอกระบบ
2. ร่างระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
3. ร่างระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยสถาบันศึกษาปอเนาะ ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
“เวทีนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการนำประสบการณ์จากผู้ปฏิบัติงานและผู้เกี่ยวข้องโดยตรงในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้แทนสถาบันศึกษาปอเนาะและศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) มาประกอบการพิจารณาปรับปรุงร่างระเบียบและร่างประกาศ ให้มีความเหมาะสม เป็นธรรม สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ และเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนและชุมชนอย่างแท้จริง” ดร. ภิญญา กล่าว
ดร.ภิญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า สช. ได้ดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมประเด็นปัญหาจากการบังคับใช้กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสำรวจข้อมูลสถาบันศึกษาปอเนาะและศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) ที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจัดตั้งในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี สตูล นราธิวาส และสงขลา โดยพบสถาบันศึกษาปอเนาะที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจัดตั้ง 156 แห่ง และศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) 115 ศูนย์ สะท้อนถึงความจำเป็นในการทบทวนหลักเกณฑ์ให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับสภาพบริบทของพื้นที่
สำหรับการประชุมรับฟังความคิดเห็นร่างระเบียบกระทรวงศึกษาธิการและร่างประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังความคิดเห็นและเสียงตอบรับจากผู้ปฏิบัติจริงในพื้นที่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาหลักเกณฑ์และกฎหมายด้านการศึกษา เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ผู้เรียน สถานศึกษา และชุมชนในพื้นที่อย่างแท้จริง โดยการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นในวันที่ 2 กันยายน 2569 มีกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ผอ.สช.จังหวัด รอง ผอ.สช.จังหวัด ผอ.สช.อำเภอ บุคลากรจาก สช.จังหวัดและ สช.อำเภอ และผู้แทนสถาบันศึกษาปอเนาะ จาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดละ 30 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 150 คน นอกจากนี้ ในวันที่ 3 กันยายน 2569 สช. จะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสำหรับผู้แทนศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ผอ.สช.จังหวัด รอง ผอ.สช.จังหวัด ผอ.สช.อำเภอ บุคลากรจาก สช.จังหวัดและ สช.อำเภอ สช.ส่วนกลาง และผู้แทนตาดีกา จาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดละ 30 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 150 คน เพื่อร่วมสะท้อนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องเช่นเดียวกัน
ขอขอบคุณภาพจาก // สช.จ.สงขลา
นิชาดา บรรเด็จ // ข่าว
ประชาสัมพันธ์ สช.
#โรงเรียนเอกชน #การศึกษาเอกชน #สช #สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน #opec





สช. เสริมพลังการนิเทศภายใน ผู้บริหาร-ครูโรงเรียนเอกชนกว่า 2,000 คน ร่วมยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ 
