เช้าวันนี้ (31 สิงหาคม 2569) นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารโรงเรียนเอกชนในระบบ จังหวัดสตูล ครั้งที่ 2 ปีการศึกษา 2569 และประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานวันการศึกษาเอกชน ประจำปี พ.ศ. 2570 ครั้งที่ 11 พร้อมมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานด้านการศึกษาเอกชน โดยมี นางอุรัสญานพร เจริญรูป ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดสตูล นางสาววิรงรอง บัวจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและแผน สช. พร้อมด้วย คณะผู้บริหารโรงเรียน ครูฝ่ายวิชาการ และบุคลากรสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดสตูล เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมซายัง เดอะโคโค่ แกรนด์ชาเลต์ ปากบารา อำเภอละงู จังหวัดสตูล
นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการ กช. กล่าวว่า การเดินทางมาจังหวัดสตูลในครั้งนี้ นอกจากเป็นโอกาสสำคัญในการพบปะและสร้างความเข้าใจกับผู้บริหารโรงเรียนเอกชน ตลอดจนพี่น้องชาว สช. ในพื้นที่แล้ว ยังเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่โดยตรง โดยย้ำว่า โรงเรียนเอกชนถือเป็นกำลังสำคัญและเป็นความหวังของการศึกษาของประเทศ ดังนั้น การขับเคลื่อนนโยบายด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาเอกชนจึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ระบบสามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงของบุคลากรหรือผู้บริหารก็ตาม
สำหรับแนวทางสำคัญที่ สช. จะขับเคลื่อนตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในปีงบประมาณ 2570 ประกอบด้วย 5 ด้านสำคัญ ได้แก่
1. การลดภาระครู
สช. เดินหน้าผลักดันมาตรการเพื่อลดภาระของครูเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการพัฒนาระบบ เบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาล ของกองทุนสงเคราะห์ ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายจำนวนโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาเอกชน ขณะเดียวกัน สช. อยู่ระหว่างการจัดทำหลักเกณฑ์ ระบบวิทยฐานะสำหรับครูเอกชน ให้มีแนวทางเทียบเคียงกับระบบของภาครัฐ เพื่อเป็นกลไกในการสะท้อนศักยภาพและส่งเสริมความก้าวหน้าในวิชาชีพของครูเอกชนในอนาคต นอกจากนี้ จะส่งเสริมการใช้ ระบบ e-Learning สำหรับการอบรมและพัฒนาครู เพื่อลดความจำเป็นในการนำครูออกจากห้องเรียน และเปิดโอกาสให้ครูสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างยืดหยุ่นและต่อเนื่อง
2. ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
สช. เตรียมปรับแนวทางการจัดสรรเงินอุดหนุนให้มีความเป็นธรรมและสอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็ก พร้อมทั้งผลักดันการสนับสนุนด้าน อาหารกลางวัน และการสนับสนุนโรงเรียนปอเนาะในระบบเครือข่าย ตลอดจนพิจารณาแนวทางการปรับอัตราเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนอย่างเป็นขั้นตอน ทั้งนี้ หากภาครัฐมีการปรับเงินเดือนหรืออัตราเงินอุดหนุนสำหรับนักเรียน สช. จะพิจารณาปรับอัตราเงินอุดหนุนในส่วนที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกันต่อไป
3. ยกระดับคุณภาพการศึกษา
เลขาธิการ กช. เน้นย้ำให้โรงเรียนเอกชนเร่งปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์ด้านการศึกษาที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะแนวโน้มจำนวนนักเรียนที่ลดลง พร้อมนำ จุดแข็งและอัตลักษณ์ของโรงเรียนเอกชน มาใช้เป็นข้อได้เปรียบในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนที่จัดการศึกษาทั้งด้านศาสนาและสามัญ ซึ่งสามารถสร้างความหลากหลายและตอบสนองความต้องการของผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาสมรรถนะด้านภาษา โดยเฉพาะ ภาษาอังกฤษ รวมถึงการนำ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนอย่างเหมาะสม โดย สช. อยู่ระหว่างการจัดทำคู่มือสำหรับครูและแบบเรียน เพื่อสนับสนุนการใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ
4. ยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา
สช. ให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา พร้อมขอความร่วมมือจากโรงเรียนเอกชนในการรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงศึกษาธิการอยู่ระหว่างการนำ ระบบร้องเรียนออนไลน์ มาใช้ เพื่อเปิดช่องทางให้ข้อร้องเรียนสามารถเข้าสู่ระบบได้โดยตรง ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถรับทราบ ติดตาม และดำเนินการแก้ไขปัญหาตามข้อเท็จจริงได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
5. เตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายการศึกษา
ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเอกชนในอนาคต รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับสถานะของ สช. และแนวทางการขยายกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบให้ครอบคลุมถึงโรงเรียนนอกระบบ ทั้งนี้ ผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสามารถมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและเสนอข้อคิดเห็นต่อกระบวนการดังกล่าว เพื่อให้การปรับปรุงกฎหมายด้านการศึกษามีความเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทของการศึกษาในปัจจุบัน
เลขาธิการ กช. กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกหนึ่งประเด็นสำคัญในการพัฒนาการศึกษาเอกชน คือ การปรับระบบการศึกษาเข้าสู่ยุคดิจิทัล โดยกระทรวงศึกษาธิการอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบดิจิทัลที่เปิดโอกาสให้นักเรียน ครู และโรงเรียนสามารถเข้าถึงข้อมูลของตนเองได้ อาทิ คุณสมบัติ คะแนนสอบ ผลการเรียน และสถานะของครู เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูล ลดการใช้เอกสาร และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ซึ่ง สช. ได้พัฒนา ระบบ E-Office เพื่อให้โรงเรียนสามารถยื่นคำขออนุญาตหรือดำเนินการเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่าง ๆ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยไม่ต้องใช้เอกสารกระดาษ ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนและภาระในการดำเนินงานของโรงเรียน
“สช. พร้อมทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและผลักดันประเด็นต่าง ๆ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และหากภาครัฐมีการปรับเงินเดือนหรือเงินอุดหนุนนักเรียน สช. จะพิจารณาปรับอัตราเงินอุดหนุนให้สอดคล้องกัน ส่วนการผลักดันให้เกิดการสนับสนุนในระดับที่สูงขึ้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน” นายมณฑล กล่าว
พร้อมกันนี้ เลขาธิการ กช. เน้นย้ำให้โรงเรียนเอกชนเดินหน้าปรับตัวและยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาสมรรถนะด้านวิชาชีพ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้และทักษะไปต่อยอดสู่การประกอบอาชีพได้จริง ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับกลุ่มวิชาหลัก โดยเฉพาะ วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้เรียน ยกระดับคุณภาพการศึกษา และสร้างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สะท้อนคุณภาพของการศึกษาเอกชนในภาพรวม
ขอขอบคุณภาพจาก // คณะทำงานหน้าห้องเลขาธิการ กช.
นิชาดา บรรเด็จ // ข่าว
ประชาสัมพันธ์ สช.
#โรงเรียนเอกชน #การศึกษาเอกชน #สช #สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน #o




สช. ปั้นครูปฐมวัย ใช้ AI สร้างห้องเรียนยุคใหม่ เปิดอบรม “AI คู่ใจ ครูปฐมวัยยุคดิจิทัล” รุ่นที่ 3


