วันที่ 22 มิถุนายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม Kick – off Thailand Zero Dropout ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ โดยมี นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ศธ. นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษก ศธ. นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ. นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการ กช. นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ สกศ. นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. นางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดี สกร. นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. พร้อมด้วย ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วม ณ ห้องประชุมศรีลำดวน แกรนด์บอลรูม โรงแรมศรีลำดวน จังหวัดศรีสะเกษ
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศธ. กล่าวว่า ขอขอบคุณจังหวัดศรีสะเกษที่มีโครงการ "Sisaket Zero Dropout" ซึ่งเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาที่มีความโดดเด่นในการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อค้นหา ติดตาม และนำเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษากลับเข้าสู่การเรียนรู้ที่เหมาะสม โดยเน้นการเชื่อมโยงข้อมูลเด็กกลุ่มเป้าหมายเข้าสู่ฐานข้อมูลกลาง ส่งเสริมการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น และสนับสนุนให้ผู้เรียนสามารถมีรายได้ระหว่างเรียน พร้อมย้ำว่า “จะไม่ทิ้งเด็กแม้แต่คนเดียวไว้ข้างหลัง ให้สมกับคำว่า ‘บ่ทิ้งกัน’”
รมว.ศธ. เปิดเผยว่า “Thailand Zero Dropout” เป็นภารกิจสำคัญของประเทศ เพราะการศึกษาคือรากฐานของการพัฒนาชาติ และหากใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาความยากจนได้ ศรีสะเกษจะสามารถพลิกโฉมสู่จังหวัดต้นแบบที่ทั้งประเทศเรียนรู้และต่อยอดได้ในอนาคต
จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้เดินทางไปเปิดอาคารเรียน “อรุณเบิกฟ้า 74 ปี ศรีขุขันธ์” ณ โรงเรียนขุขันธ์ พร้อมเน้นย้ำว่า ความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ อาคารเรียนแห่งใหม่จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่มั่นคง ปลอดภัย เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน และสอดคล้องกับนโยบายลดภาระครู สร้างความสุขให้แก่ผู้เรียน
นอกจากนี้ ยังได้ลงพื้นที่พิพิธภัณฑ์ชาวกูย อำเภอปรางค์กู่ เยี่ยมชมการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตและผลิตภัณฑ์อาชีพของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ตลอดจนวิถีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับการสร้างรายได้และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
ช่วงบ่าย รมว.ศธ. ได้พบปะผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการขับเคลื่อนนโยบาย 5 ด้านของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งปัญหาหนี้สินครู การลดดอกเบี้ยสหกรณ์ออมทรัพย์ การปรับวิทยฐานะ เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างอาหารกลางวันเด็ก เรื่องหลักสูตรในการลดความเหลื่อมล้ำ รวมถึงการลดภาระครู โดยยืนยันว่า ทุกเสียงสะท้อนจะถูกนำไปขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะนี้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ กำลังออกแบบอยู่ระหว่างการยกร่าง และจะเข้าสู่ชั้นสภาผู้แทนราษฎรภายในเดือนธันวาคมนี้ ถือเป็นสถาปัตยกรรมภาคการศึกษาเป็นการปฏิรูปการศึกษาของประเทศ และยังให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา หลักสูตรการเรียนการสอน รวมถึงเรื่องลดความเหลื่อมล้ำ และค่าใช้จ่ายรายหัวด้วย
ขอบคุณที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และฝากผู้บริหารในส่วนที่เกี่ยวข้องดูแลเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา ประสานงานเขตพื้นที่ทำให้กลุ่มนี้ให้กลายเป็นศูนย์ แก้ไขปัญหาและนำข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ดำเนินการสู่การปฏิบัติต่อไป
“ศรีสะเกษมีศักยภาพที่จะเป็นพื้นที่นำร่อง Sandbox ทางการศึกษาในอนาคต โดยจะนำเทคโนโลยีมาช่วยลดงานเอกสาร ลดภาระครู ขับเคลื่อนระบบครัวกลาง และยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการปฏิรูปการศึกษาผ่านพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่” รมว.ศธ. กล่าว
ทั้งนี้ นายสมาน เวียงปฏิ ศึกษาธิการจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า จังหวัดศรีสะเกษมีประชากรวัยเรียนอายุ 3–18 ปี มากกว่า 230,000 คน แต่ยังพบเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาร้อยละ 3.62 ของประชากรวัยเรียนทั้งหมด ซึ่งจังหวัดได้บูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในการค้นหา ติดตาม และช่วยเหลือเด็กเป็นรายกรณีอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “บ่ถิ่มกัน ปั้นอนาคตเด็กศรีสะเกษ” เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายลดจำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์อย่างยั่งยืน และสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เกิดขึ้นกับเด็กทุกคนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
ขอขอบคุณข้อมูลข่าวและภาพจาก // ศธ. 360 องศา
นิชาดา บรรเด็จ // ข่าว
ประชาสัมพันธ์ สช.
#โรงเรียนเอกชน #การศึกษาเอกชน #สช #สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน #opec




รองเลขาธิการ กช. “ชัยพัฒน์” ชูบทบาทโรงเรียนนานาชาติสร้างพลเมืองคุณภาพ เป็นประธานพิธีสำเร็จการศึกษาโรงเรียนนานาชาติจีน พร...
