วันที่ 13 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการประเมินสมรรถนะครูโรงเรียนเอกชน จัดประชุมสรุปผลประชาพิจารณ์ร่างหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการประเมินสมรรถนะครูโรงเรียนเอกชนที่สอดรับนโยบาย ศธ. ลดภาระครู ลดขั้นตอนการประเมิน มุ่งผลสัมฤทธิ์ผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อสร้างระบบประเมินที่สะท้อนความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ พร้อมจัดทำหลักเกณฑ์การกำหนดตำแหน่งทางวิชาการและวิทยฐานะครูโรงเรียนเอกชน โดยมี นางสาวนิตยา ปัดไธสง ผู้อำนวยการกลุ่มงานโรงเรียนสามัญศึกษา (ผอ.กส.) เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย ข้าราชการ และบุคลากรของ สช. ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ บานานารีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
นางสาวนิตยา ปัดไธสง ผอ.กส. กล่าวว่า ภายใต้ทิศทางนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในทุกระดับ ควบคู่กับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการด้านการลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมุ่งพัฒนารูปแบบและวิธีการประเมินวิทยฐานะให้มีประสิทธิภาพ ลดขั้นตอน และให้ความสำคัญกับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ครูโรงเรียนเอกชนถือเป็นกำลังสำคัญของระบบการศึกษาประเทศไทย การสร้างโอกาสให้ครูเอกชนมีความก้าวหน้าในวิชาชีพอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม จึงเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ครูพัฒนาตนเอง รวมถึงเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ เพราะเมื่อครูได้รับการส่งเสริมให้แสวงหาความรู้ พัฒนาทักษะ และเพิ่มพูนความเชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง ย่อมส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการเรียนรู้และผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาครูโรงเรียนเอกชนอย่างเป็นระบบ ผ่านแนวทางที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งให้ความสำคัญกับการผลิตและพัฒนาครู ตั้งแต่การดึงดูดและคัดสรรผู้มีความสามารถสูงเข้าสู่วิชาชีพครู การพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการวัดผลการปฏิบัติงานที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาผู้เรียนโดยตรง ขณะเดียวกันยังสอดคล้องกับแนวทางของแผนการศึกษาแห่งชาติในการพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและระบบการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะ เพื่อดำรงไว้ซึ่งความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ และความเชี่ยวชาญของผู้ประกอบวิชาชีพ
นางสาวนิตยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา สช. ได้ดำเนินการส่งเสริมการประเมินสมรรถนะครูโรงเรียนเอกชน เพื่อให้ครูมีความเชี่ยวชาญในวิชาชีพครูในระดับที่เทียบเท่าวิทยฐานะระดับชำนาญการหรือเทียบเท่า เพื่อประกอบการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูงของคุรุสภา ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานและความเชี่ยวชาญของครูโรงเรียนเอกชน จากแนวทางดังกล่าว จึงได้ต่อยอดการพัฒนาระบบประเมินสมรรถนะครูโรงเรียนเอกชน โดยได้อนุมัติให้จัด “โครงการส่งเสริมการประเมินสมรรถนะครูโรงเรียนเอกชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการประเมินสมรรถนะครูโรงเรียนเอกชนให้มีความเชี่ยวชาญในวิชาชีพครูที่เทียบเท่ากับวิทยฐานะในระดับต่าง ๆ
โดย สช. ได้ลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลและศึกษาแนวทางการส่งเสริมวิทยฐานะของครูโรงเรียนเอกชนในระบบ จำนวน 3 ครั้ง ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เพื่อให้แนวทางการส่งเสริมวิทยฐานะครูโรงเรียนเอกชนสอดคล้องกับบริบทและสภาพการปฏิบัติงานจริง ดังนี้
ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 19–21 ธันวาคม 2568 ณ จังหวัดเชียงราย
ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 15–18 มกราคม 2569 ณ จังหวัดสกลนครและจังหวัดนครพนม
ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 14–17 กุมภาพันธ์ 2569 ณ จังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล
จากนั้น ได้จัดประชุมสรุปผลการลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลในภูมิภาค พร้อมยกร่างประกาศและระเบียบเกี่ยวกับการส่งเสริมวิทยฐานะของครูโรงเรียนเอกชน ระหว่างวันที่ 13–15 พฤษภาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร เพื่อรวบรวมและสังเคราะห์ข้อมูลจากพื้นที่ นำไปสู่การกำหนดแนวทางที่มีความเหมาะสมและสามารถนำไปใช้ได้จริง
“การขับเคลื่อนเรื่องวิทยฐานะครูโรงเรียนเอกชนของ สช. ไม่ได้มุ่งเพียงการกำหนดระดับหรือสถานะทางวิชาชีพ แต่เป็นการวางระบบเพื่อสร้าง “เส้นทางความก้าวหน้าในวิชาชีพ” ให้ครูสามารถพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง มีแรงจูงใจในการยกระดับสมรรถนะ และสามารถนำความรู้ความเชี่ยวชาญไปพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้เกิดผลกับผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม” ผอ.กส. กล่าว
สำหรับการประชุมในครั้งนี้ มุ่งจัดทำรายงานผลการศึกษาแนวทางการส่งเสริมวิทยฐานะครูโรงเรียนเอกชนในระบบ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้สำเร็จลุล่วง เพื่อกำหนดรายละเอียดการกำหนดตำแหน่ง แนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการประเมินสมรรถนะครูโรงเรียนเอกชน รวมถึงเป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนด้านวิทยฐานะของครูโรงเรียนเอกชนต่อไป โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–15 สิงหาคม 2569 ณ บานานารีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งกลุ่มงานโรงเรียนนโยบายพิเศษ สช. ได้เสนอหลักการและประเด็นสำคัญของ “ร่างประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง การกำหนดตำแหน่งทางวิชาการและวิทยฐานะของครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ...” เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมกัน ทั้งนี้ สช. ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะครูและบุคลากรที่อยู่ในภาคปฏิบัติ เพื่อให้หลักเกณฑ์ที่จะนำมาพัฒนาระบบวิทยฐานะครูโรงเรียนเอกชนมีความชัดเจน เหมาะสม เป็นธรรม และสอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนเอกชน พร้อมมุ่งหวังให้การดำเนินงานครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างระบบส่งเสริมและสนับสนุนครูโรงเรียนเอกชนให้มี ตำแหน่งทางวิชาการและวิทยฐานะที่เทียบเท่าครูภาครัฐ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงและความก้าวหน้าในวิชาชีพ พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชนให้มีคุณภาพ ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และตอบโจทย์การพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21
นิชาดา บรรเด็จ // ภาพ:ข่าว
ประชาสัมพันธ์ สช.
#โรงเรียนเอกชน #การศึกษาเอกชน #สช. #สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน #opec




ประชาสัมพันธ์ การอบรมเชิงปฏิบัติการ “AI คู่ใจ ครูปฐมวัยยุคดิจิทัล” รุ่นที่ 3 รุ่นสุดท้าย



