วันพุธที่ 28 ตุลาคม 2569 ดร.นิติ นาชิต เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ครั้งที่ 8/2569 ณ ห้องประชุมวิเวก ปางพุฒิพงศ์ ชั้น 2 อาคารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน โดยมีคณะผู้บริหารและบุคลากร สช. เข้าร่วมการประชุม เพื่อหารือแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภายในสำนักงานฯ ลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน และกำหนดแนวทางพัฒนาการศึกษาเอกชนในระยะต่อไป
เลขาธิการ กช. เดินหน้าจัดตั้ง คณะกรรมการบูรณาการขับเคลื่อนงานของ สช. จำนวน 7 คณะ เพื่อให้หน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกันสามารถร่วมวางแผน แลกเปลี่ยนข้อมูล และดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน แทนการแยกทำงานตามหน้าที่ของแต่ละกลุ่มงานเพียงอย่างเดียว โดยให้คณะกรรมการแต่ละคณะมีผู้บริหารและบุคลากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมรับผิดชอบตามความเชี่ยวชาญ โดยการทำงานของคณะกรรมการทั้ง 7 คณะ จะเน้นการพัฒนางานจากภายในองค์กร หรือ Inside out ขณะที่คณะทำงานพลิกโฉมการศึกษาเอกชน 11 กลุ่ม ซึ่งดำเนินงานควบคู่กัน จะเน้นการรับฟังปัญหา ข้อเสนอ และความต้องการจากโรงเรียนเอกชนและผู้รับบริการ หรือ Outside in โดยทั้งสองส่วนต้องนำข้อมูลมาเชื่อมโยงกัน เพื่อให้การพัฒนางานภายใน สช. ตอบโจทย์การจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชน และนำไปใช้ประกอบการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาเอกชน พ.ศ. 2571–2575 ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการที่เกิดขึ้นจริง
สำหรับคณะกรรมการบูรณาการทั้ง 7 คณะ มีกรอบการดำเนินงานสำคัญ ดังนี้
1. คณะกรรมการบูรณาการขับเคลื่อนหลักสูตรการศึกษาเอกชน ทำหน้าที่ประสานการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรการศึกษาเอกชน เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางพัฒนาหลักสูตรให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาการศึกษาเอกชนในภาพรวม โดยมี กน. และ กส. เป็นกลุ่มงานรับผิดชอบหลัก
2. คณะกรรมการบูรณาการขับเคลื่อนธนาคารหน่วยกิตการศึกษาเอกชน มุ่งพัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิตเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ที่ต่อเนื่องและเชื่อมโยงกัน โดยครอบคลุมการสะสมผลการเรียนรู้ การรับรองทักษะ และการพัฒนาเครื่องมือจัดเก็บข้อมูลการเรียนรู้ เช่น Skill Future Transcript และ E-Portfolio รวมถึงการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนในระบบและโรงเรียนนอกระบบ
ในระยะแรกจะให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนประกาศที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนนอกระบบ และการวางแนวทางสำหรับโรงเรียนในระบบประเภทสามัญศึกษา โดยตั้งเป้าพัฒนาแพลตฟอร์มรองรับระบบธนาคารหน่วยกิตการศึกษาเอกชนในภาพรวมภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มี กร. เป็นกลุ่มงานรับผิดชอบหลัก
3. คณะกรรมการบูรณาการขับเคลื่อนระบบข้อมูลกลางและแพลตฟอร์มการศึกษาเอกชน รับผิดชอบการพัฒนาระบบข้อมูลและแพลตฟอร์มที่ใช้ในการบริหารจัดการศึกษาเอกชน โดยเน้นการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานและระบบงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดการจัดทำข้อมูลซ้ำ เพิ่มความสะดวกในการปฏิบัติงาน และช่วยให้สำนักงานฯ มีข้อมูลที่สามารถนำไปใช้วางแผนและดำเนินงานตามนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี กท. เป็นกลุ่มงานรับผิดชอบหลัก
4. คณะกรรมการบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนการศึกษาเอกชน มุ่งส่งเสริมการพัฒนาความรู้ ความสามารถ และทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างของผู้เรียนและลักษณะการจัดการศึกษาของสถานศึกษาแต่ละประเภท รวมถึงการเชื่อมโยงแนวทางพัฒนาผู้เรียนระหว่างโรงเรียนในระบบและนอกระบบ เพื่อให้สอดคล้องกับทักษะที่จำเป็นในอนาคต โดยมี กน. กส. และ กร. ร่วมรับผิดชอบ
5. คณะกรรมการบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรทางการศึกษาเอกชน ทำหน้าที่ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาเอกชน ให้มีความรู้และทักษะสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาและความต้องการของสถานศึกษา โดยเน้นให้การพัฒนาบุคลากรมีเป้าหมายและผลลัพธ์ที่ชัดเจน มี กน. กส. และ กร. ร่วมรับผิดชอบ
6. คณะกรรมการบูรณาการขับเคลื่อนการเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนและการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษา มุ่งทบทวนและพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรและการลงทุนด้านการศึกษา เพื่อให้การใช้ทรัพยากรเกิดประโยชน์สูงสุด สนับสนุนการจัดการศึกษาเอกชนได้อย่างเหมาะสม และคำนึงถึงความยั่งยืนในการดำเนินงาน โดยมี กผ. เป็นกลุ่มงานรับผิดชอบหลัก
7. คณะกรรมการบูรณาการขับเคลื่อนการสื่อสารองค์กรและสร้างระบบนิเวศการศึกษาเอกชนคุณภาพ มุ่งพัฒนาการสื่อสารของ สช. ให้ประชาชนและผู้เกี่ยวข้องได้รับรู้ข้อมูลและผลการดำเนินงานด้านการศึกษาเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการนำเสนอผลงานและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงการรวบรวมข้อมูลสถานศึกษาเอกชนที่มีความเป็นเลิศในด้านต่าง ๆ เพื่อนำเสนอเป็นตัวอย่างของการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมภาพลักษณ์ของการศึกษาเอกชนไทย โดยมี กข. เป็นกลุ่มงานรับผิดชอบหลัก
ในส่วนของการบริหารงานคณะกรรมการ เลขาธิการ กช. ได้เสนอให้ตนทำหน้าที่ประธานกรรมการทั้ง 7 คณะในเบื้องต้น เพื่อให้การกำหนดทิศทางและการดำเนินงานเป็นไปในแนวทางเดียวกัน พร้อมให้ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องร่วมทำหน้าที่รองประธานกรรมการ และให้แต่ละหน่วยงานเสนอรายชื่อบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเข้าร่วมเป็นกรรมการ รวมถึงกำหนดฝ่ายเลขานุการให้เหมาะสมกับภารกิจของแต่ละคณะ
นอกจากนี้ เลขาธิการ กช. ยังได้กำชับให้คณะกรรมการแต่ละคณะ กำหนดผลงานที่ต้องการให้เกิดขึ้น พร้อมกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน ทั้งระยะ 3 เดือน 6 เดือน หรือ 12 เดือน ตามลักษณะของงาน โดยในการประชุมครั้งแรกของแต่ละคณะจะต้องได้ข้อสรุปว่าจะดำเนินการเรื่องใด และคาดว่าจะเกิดผลอย่างไร เพื่อให้สามารถติดตามความคืบหน้าและประเมินผลการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง



สช. กลั่นกรอง 6 หลักสูตรโรงเรียนนอกระบบ ชูทักษะอาชีพ–AI–ภาษาอังกฤษ ตอบโจทย์โลกการทำงานยุคใหม่ 
