วันนี้ (3 สิงหาคม 2569) นายอัครนันท์ กัณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (ASEAN Qualifications Reference Framework: AQRF) ครั้งที่ 17 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง พร้อมประกาศเดินหน้าสร้างระบบคุณวุฒิที่เชื่อมโยงกันทั่วอาเซียน ยกระดับการเรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนากำลังคนให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลก และเสริมความแข็งแกร่งด้านการศึกษาและเศรษฐกิจของภูมิภาคร่วมกัน โดยมี รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) นายสง่า แต่เชื้อสาย รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พร้อมด้วย คณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน คณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร ผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพฯ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร
นายอัครนันท์ กัณ์กิตตินันท์ รมช.ศธ. กล่าวว่า ประเทศไทยรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของไทยในการผลักดันความร่วมมือด้านการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระดับภูมิภาค พร้อมขอบคุณประเทศสมาชิกอาเซียน สำนักเลขาธิการอาเซียน และทุกภาคีเครือข่ายที่ร่วมขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียนให้มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
กรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRF) เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณวุฒิระหว่างประเทศสมาชิก ช่วยให้ระบบคุณวุฒิของแต่ละประเทศสามารถเชื่อมโยงและเทียบเคียงกันได้ ส่งเสริมการเคลื่อนย้ายผู้เรียน นักศึกษา และแรงงานฝีมืออย่างมีคุณภาพ ตลอดจนเพิ่มโอกาสในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพของประชาชนทั่วทั้งภูมิภาค
นายอัครนันท์ ย้ำว่า โลกยุคปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และตลาดแรงงาน ทำให้การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และการพัฒนาทักษะใหม่ (Reskilling และ Upskilling) กลายเป็นภารกิจสำคัญของทุกประเทศ ระบบการศึกษาและการฝึกอบรมจึงต้องมีความยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างหลากหลาย และตอบโจทย์การพัฒนากำลังคนในอนาคต
การยกระดับคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาทักษะของประชาชนไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการดำเนินงานของประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการเรียนรู้ร่วมกันของประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อสร้างระบบคุณวุฒิที่เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ และร่วมกันยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค
"ประเทศไทยพร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศ เพื่อพัฒนาการศึกษา พัฒนาทักษะ และสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง และเชื่อมั่นว่า การประชุมครั้งนี้ จะเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ สร้างความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และกำหนดทิศทางการดำเนินงานร่วมกันในระยะต่อไป เพื่อนำไปสู่การสร้างประชาคมอาเซียนที่เข้มแข็ง มีศักยภาพ และเติบโตไปด้วยกัน" นายอัครนันท์ กล่าว
ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน ครั้งที่ 17 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง (the 17th ASEAN Qualifications Reference Framework (AQRF) Committee Meeting and Related Meeting) เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือของ 11 หน่วยงานไทย ได้แก่ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, กรมส่งเสริมการเรียนรู้, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน, สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน), สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน), กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–5 สิงหาคม 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อเปิดเวทีให้คณะกรรมการจากประเทศสมาชิกได้ร่วมทบทวนความคืบหน้าในการดำเนินงานตามกรอบอ้างอิงคุณวุฒิอาเซียน (AQRF) พร้อมทั้งพิจารณาประเด็นสำคัญ การริเริ่มโครงการระดับภูมิภาค และหาข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับขั้นตอนในการขับเคลื่อน AQRF เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส ความสามารถในการเทียบเคียง และความเข้าใจอันดีร่วมกันเกี่ยวกับคุณวุฒิวิชาชีพทั่วทั้งภูมิภาค และกำหนดแนวทางความร่วมมือในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการพัฒนากำลังคนของภูมิภาคให้สอดรับกับบริบทของโลกในอนาคต
นิชาดา บรรเด็จ // ภาพ:ข่าว
ประชาสัมพันธ์ สช.
#โรงเรียนเอกชน #การศึกษาเอกชน #สช #สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน #opec



สช. มอบโล่เชิดชู “นักเรียนดีเด่นโรงเรียนนานาชาติ” กว่า 500 คน สร้างชื่อระดับประเทศ–นานาชาติ ตอกย้ำความเป็นเลิศการศึกษาเอ...

