วันนี้ (17 พฤษภาคม 2569) นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อมด้วย ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ นายภิญญา รัตนวรชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (รองเลขาธิการ กช.) และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนสหศาสตร์ศึกษา อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยมีคณะผู้บริหาร ครู และบุคลากรที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ พร้อมนำเสนอข้อมูลโรงเรียน พร้อมปัญหา และผลกระทบจากระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงินอุดหนุนของโรงเรียนเอกชนการกุศล ประเภทการศึกษาสงเคราะห์
นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศธ. กล่าวว่า โรงเรียนสหศาสตร์ศึกษา เป็นโรงเรียนเอกชนการกุศล ประเภทการศึกษาสงเคราะห์ ภายใต้สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) มีนักเรียนกว่า 2,344 คน ซึ่งจากการลงพื้นที่มารับฟังปัญหา พบว่าโรงเรียนได้รับความเดือนร้อนจากระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล (ฉบับที่ 8 ) พ.ศ. 2568 ที่กำหนดเกณฑ์รายได้ครัวเรือนต่ำเกินจริง และหากประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ดังกล่าวจะถูกตัดเงินอุดหนุน อีกทั้งโรงเรียนต้องแบกรับภาระดูแลนักเรียนรหัส G หรือนักเรียนที่ไม่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ซึ่งทางโรงเรียนไม่สามารถเรียกเก็บค่าเล่าเรียนจากผู้ปกครองได้ เพราะผิดต่อระเบียบของโรงเรียนการกุศล
รมช.ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาดังกล่าวมิใช่ปัญหาของโรงเรียนสหศาสตร์เพียงโรงเรียนเดียวเท่านั้น แต่เป็นปัญหาที่กระทบกับโรงเรียนเอกชนการกุศล ประเภทการศึกษาสงเคราะห์ทั่วประเทศ ตนขอย้ำว่า “กฎที่มนุษย์สร้างได้ ก็แก้ได้” พร้อมสั่งการให้รองเลขาธิการ กช. รวบรวมข้อมูลเสนอ รมว.ศธ. ภายใน 2 สัปดาห์ โดยจะต้องได้ข้อสรุปภายใน 1 เดือน เพื่อไม่ให้ครูและเด็กในโรงเรียนการกุศลต้องรับผลกระทบอีกต่อไป
ด้านนายภิญญา รัตนวรชาติ รองเลขาธิการ กช. รับข้อสั่งการจาก รมช.ศธ. พร้อมรับปากจะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุด โดยเมื่อวันที่ 16 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา ก็ได้มีการประชุมซักซ้อมมาตรการต่าง ๆ ก่อนการเปิดภาคเรียนร่วมกับคณะผู้บริหาร ครู และบุคลากรในโรงเรียนสหศาสตร์ศึกษา รวมถึงมอบนโยบายสำหรับโรงเรียนเอกชนการกุศล ประเภทการศึกษาสงเคราะห์ไว้ว่า จะต้องเป็นโรงเรียนที่เติมเต็มโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็ก และจะต้องปกป้องสิทธิที่เด็กควรจะได้รับอย่างเต็มที่ พร้อมฝากผู้บริหารจะต้อง “จริงจัง” ในการบริหารโรงเรียน เป็นผู้นำด้านวิชาการ และต้องมีความรู้ในเรื่องของหลักสูตร การวัดและประเมินผล ต้องมีความ “สม่ำเสมอ” ในด้านการสื่อสารองค์กร หมั่นประชาสัมพันธ์กิจกรรมและผลงานดี ๆ ของครูและนักเรียนต่อสาธารณชน และสุดท้าย จะต้องบริหารจัดการสถานศึกษาอย่าง ”มีประสิทธิภาพ”
ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก สร.ศธ.
และขอขอบคุณภาพจากคณะทำงานหน้าห้องรองเลขาธิการ กช.
ประกาย ศรีจันทึก : ข่าว
ประชาสัมพันธ์ สช.
#โรงเรียนเอกชน #การศึกษาเอกชน #สช #สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน #opec





รองฯ “ภิญญา” เปิด “โรงเรียนวันเนสศึกษา” ชูแนวคิดจิตตปัญญา เน้นการเรียนรู้รอบด้านสำหรับเด็กยุคใหม่
