วันนี้ (3 เมษายน 2569) เวลา 09.00 น. นายภิญญา รัตนวรชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (รองเลขาธิการ กช.) เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงเพื่อสร้างการรับรู้และขับเคลื่อนการยึดมั่นในศาสนาตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในสถานศึกษา โดยมี นางสาวนิตยา ปัดไธสง ผู้อำนวยการกลุ่มงานโรงเรียนสามัญศึกษา นางทิพอร สุพรรณทอง ผู้อำนวยการกลุ่มงานกองทุนและสวัสดิการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมบัวสัตตบรรณ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน พร้อมด้วย คณะวิทยากร ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอ สมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Zoom Meeting
นายภิญญา รัตนวรชาติ รองเลขาธิการ กช. กล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราโชบายด้านการศึกษา มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม มีงานทำ มีอาชีพ และเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ โดย “การยึดมั่นในศาสนา” ถือเป็นรากฐานสำคัญในการหล่อหลอมจิตใจและคุณลักษณะดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน กระทรวงศึกษาธิการจึงได้กำหนดมาตรการและแนวทางขับเคลื่อนการยึดมั่นในศาสนาไปสู่การปฏิบัติในสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการตระหนักถึงคุณค่าของหลักธรรมคำสอนในทุกระดับ ให้ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้เรียน สามารถน้อมนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม เกิดเป็นพฤติกรรมเชิงคุณธรรมที่จับต้องได้ และพัฒนาเป็นพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่ดีต่อไป
รองเลขาธิการ กช. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ในฐานะหน่วยงานหลักในการกำกับ ดูแล และส่งเสริมโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ ตระหนักถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนพระบรมราโชบายด้านการศึกษาให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติ จึงมุ่งขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมทั้ง 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การปลูกฝังทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง การสร้างพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงและมีคุณธรรม การเตรียมความพร้อมสู่การมีงานทำ มีอาชีพ และการพัฒนาให้เป็นพลเมืองที่ดีของสังคม ด้วยเป้าหมายดังกล่าว สช. จึงได้จัดการประชุมครั้งนี้ขึ้น เพื่อสร้างความตระหนักรู้ เสริมความเข้าใจเชิงลึก และกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนพระบรมราโชบายด้านการศึกษาไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งให้หน่วยงานในระดับพื้นที่และสถานศึกษาสามารถนำแนวทางไปประยุกต์ใช้ได้อย่างสอดคล้องกับบริบทของตนเอง ซึ่งการประชุมครั้งนี้นับเป็นเวทีสำคัญในการหลอมรวมความเข้าใจและสร้างพลังความร่วมมือระหว่างหน่วยงานระดับพื้นที่ สถานศึกษา และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การขับเคลื่อนพระบรมราโชบายด้านการศึกษาก้าวสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ชัดเจน และสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง
“สช. คาดหวังว่าผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านจะสามารถต่อยอดองค์ความรู้ แนวทาง และข้อเสนอแนะที่ได้รับ ไปปรับใช้ในการพัฒนาการจัดการศึกษาในหน่วยงานและสถานศึกษาของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดผลลัพธ์เชิงคุณภาพที่จับต้องได้ และร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาเอกชนให้ก้าวสู่มาตรฐานที่สูงขึ้น ควบคู่การสร้างคนดีให้กับสังคมอย่างยั่งยืน” นายภิญญา กล่าว
สำหรับผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอ สมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล) จำนวนทั้งสิ้น 130 คน
ภวินท์ เล้าเจริญสมบัติ // ภาพ
นิชาดา บรรเด็จ // ข่าว
ประชาสัมพันธ์ สช.




สช. ยกระดับการศึกษาปฐมวัย จัดอบรม “พัฒนาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2568 สำหรับเด็กอายุ 3–6 ปี” เสริมศักยภาพครูเอก...
