Black bow

เลขาธิการ กช. “มณฑล” ร่วมขับเคลื่อนการประชุมบริหารจัดการศึกษาในภูมิภาค ครั้งที่ 1/2569

3 ก.พ. 69 เวลา 08:29 น.68 ครั้งพิมพ์
นิชาดา บรรเด็จ
กลุ่มเลขานุการกรม

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานเปิดการประชุมขับเคลื่อนการบริหารจัดการศึกษาในภูมิภาค ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ตลอดจนคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ชั้น 3 อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ

 

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 7 เดือนที่ผ่านมา หัวใจสำคัญของการทำงานด้านการศึกษา คือ “การบูรณาการ” โดยไม่แยกส่วน พร้อมเปรียบเปรยหน่วยงานหลักทั้ง 4 หน่วย ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เสมือน “4 องค์ชาย” ที่ต้องหันหน้าพูดคุยและทำงานร่วมกันอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อลดช่องว่างระหว่างนโยบายจากส่วนกลางกับการปฏิบัติงานในพื้นที่ จากการลงพื้นที่ตรวจราชการที่ผ่านมา พบว่าการที่ผู้บริหารระดับสูงลงไปรับฟังปัญหาหน้างานพร้อมกัน ทำให้เห็นข้อเท็จจริงที่ชัดเจนและรอบด้านมากกว่าการรับฟังรายงานจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว ซึ่งนำไปสู่การปรับปรุงกฎ ระเบียบ และแนวปฏิบัติต่าง ๆ ให้มีความยืดหยุ่น สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดมากยิ่งขึ้น

 

“จุดเปลี่ยนสำคัญของนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ตามแนวทางของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ คือ การปรับมุมมองจากการมุ่งเน้นเพียง ‘ตัวเด็ก’ ซึ่งเป็นผลผลิตที่มีค่า ไปสู่การให้ความสำคัญกับ ‘โรงงานและคนทำงาน’ นั่นคือ ครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่สุดในการผลิตคนคุณภาพ” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

 

ศ.ดร.นฤมล ได้เน้นย้ำว่า ศึกษาธิการจังหวัดและผู้บริหารทุกระดับ ควรให้ความสำคัญกับการดูแลสวัสดิการและคุณภาพชีวิตของครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน โดยกระทรวงศึกษาธิการได้เร่งผลักดันนโยบายสำคัญ อาทิ การจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์กลาง เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครู และโครงการบ้านพักครูสวัสดิการ ซึ่งขณะนี้ได้จัดทำรายละเอียดแล้วเสร็จและเสนอไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตให้แก่ครูทั่วประเทศ ทั้งนี้ บทบาทของศึกษาธิการจังหวัดและศึกษาธิการภาคในยุคใหม่ ต้องไม่ใช่เพียงผู้ถ่ายทอดนโยบายจากส่วนกลาง แต่ต้องทำหน้าที่เป็น “โซ่ข้อกลาง” ในการประสานการทำงานของทุกหน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่ให้เป็นไปอย่างไร้รอยต่อ หากพบอุปสรรคหรือข้อจำกัดเชิงนโยบาย ขอให้สะท้อนมายังส่วนกลาง เพื่อร่วมกันปรับปรุงและขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้ตอบโจทย์พื้นที่อย่างแท้จริง

 

ด้านนายสุเทพ ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดประชุมในครั้งนี้ ว่า เพื่อเป็นกลไกหลักในการยกระดับคุณภาพผู้เรียนภายใต้แนวคิด "เรียนดี มีคุณธรรม" โดยเน้นการแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปประเทศ โดยกำหนดจัดประชุมระหว่างวันที่ 2 - 3 กุมภาพันธ์ 2569 และมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูง ศึกษาธิการภาคทั้ง 18 ภาค ศึกษาธิการจังหวัดทั่วประเทศ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้น 240 คน ด้วยรูปแบบการบรรยายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็นสำคัญ อาทิ การกำหนดทิศทางนโยบายและงบประมาณ ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ การยกระดับคุณภาพการศึกษาเอกชน และการบริหารจัดการศึกษาระหว่างประเทศ และการพัฒนาวิชาชีพครูและสวัสดิการ รวมถึงการควบคุมมาตรฐานจรรยาบรรณนอกจากนี้ ยังมีการขับเคลื่อนโครงการนโยบายเร่งด่วน (Quick Win) และธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ซึ่งการขับเคลื่อนครั้งนี้ เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เพื่อปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคให้เกิดการอำนวยการ ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาแบบร่วมมือและบูรณาการอย่างแท้จริง


เลขาธิการ กช. บรรยายพิเศษช่วงหนึ่ง ว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ให้ความสำคัญกับการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานโรงเรียนเอกชนระดับภูมิภาคให้สอดคล้องกับนโยบายการศึกษาแห่งชาติ และบริบทในพื้นที่เพื่อให้การจัดการศึกษามีคุณภาพ มาตรฐาน และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมในศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา การยกระดับการบริหารจัดการสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และใช้ข้อมูลเป็นฐาน รวมถึงการส่งเสริมนวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล และรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีคุณภาพและเท่าเทียม ซึ่งการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างโรงเรียนเอกชน หน่วยงานทางการศึกษา และภาคีที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ ถือเป็นกลไกสำคัญในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แบ่งปันทรัพยากรและร่วมกันแก้ไขปัญหาซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน

 

“สช. มุ่งหวังว่า การกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานในครั้งนี้ จะเป็นพลังสำคัญในการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาในโรงเรียนเอกชนระดับภูมิภาคให้มีความเข้มแข็ง มีมาตรฐาน และสามารถพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศในอนาคต” เลขาธิการ กช. กล่าวทิ้งท้าย



ขอขอบคุณภาพจาก // สำนักงานรัฐมนตรี ศธ. และ ศธ. 360 องศา

ประชาสัมพันธ์ สช. // ข่าว

รายการกิจกรรมผู้บริหารอื่นๆ