ผชช.สุมิตรา ร่วมคณะ “รองนายกฯธรรมนัส–รมว.นฤมล”ลงพื้นที่เชียงราย ฟังเสียงครู นักเรียน ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายการศึกษาในพื้นที่ จ.เชียงราย
เช้าวันนี้ (วันที่ 24 มกราคม 2569) ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการและ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่เพื่อติดตามการดำเนินงานและรับฟังสภาพปัญหาจริงในการบริหารจัดการศึกษา จากผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ โดยมี นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ นางสุมิตรา ทองแสง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ข้าราชการ บุคลากร กระทรวงศึกษาธิการทั้งส่วนกลางและในพื้นที่ รวมทั้งคณะครู และนักเรียน เข้าร่วม ณ โรงเรียนเชียงของวิทยาคม อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
ด้วยกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ดังนั้น เพื่อให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในระดับพื้นที่มีความรู้ความเข้าใจนโยบายการศึกษาฯ ข้างต้น อย่างถูกต้องตรงกัน ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล จึงกำหนดให้มีการลงพื้นที่เพื่อสื่อสารสร้างความเข้าใจกับหน่วยงานในพื้นที่ และติดตามการดำเนินงานตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ระหว่างวันที่ 24 – 25 มกราคม 2569 ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย
โดย ศ.ดร.นฤมล ได้เปิดเวทีรับฟังเสียงสะท้อนจากห้องเรียน ณ โรงเรียนเชียงของวิทยาคม โดยตัวแทนนักเรียนได้เปิดใจสะท้อนความต้องการที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต ทั้งการยกระดับมาตรฐานโรงอาหารและโภชนาการเพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางสัญจรให้มีความปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจในมาตรฐานของโรงเรียนใกล้บ้าน ตลอดจนการให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพจิต ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของความพร้อมในการเรียนรู้ โดยรัฐมนตรีทั้งสองท่านได้รับฟังด้วยความตั้งใจและยืนยันที่จะนำทุกข้อเสนอแนะไปขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อให้นักเรียนมีความสุขทั้งกายและใจ พร้อมเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติ
ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า จากการลงพื้นที่รับฟังปัญหา พบว่าหลายพื้นที่มีวิกฤตขาดแคลนผู้บริหารสถานศึกษา ดังเช่นกรณีตัวอย่างที่จังหวัดนครสวรรค์ ที่เปิดรับสมัคร ผอ.โรงเรียน กว่า 20 ตำแหน่ง แต่ไม่มีผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เนื่องจากเกณฑ์เดิมกำหนดสเปกไว้สูงเกินความจำเป็น ศธ. จึงเตรียมหารือกับ ก.ค.ศ. เพื่อ รื้อเกณฑ์การคัดเลือก ผอ.สถานศึกษา ให้สอดคล้องกับบริบทความเป็นจริง เพื่อให้โรงเรียนมีผู้นำเข้ามาบริหารงานได้ทันที ไม่เกิดภาวะสุญญากาศ
ในส่วนของความก้าวหน้าวิชาชีพครู รมว.ศธ. กล่าวว่า เข้าใจถึงความทุกข์ใจของครูเรื่องการประเมินวิทยฐานะ (PA) ที่เดิมเน้นแต่งานวิจัยและผู้ประเมินอาจไม่เข้าใจบริบทหน้างาน ขณะนี้ ก.ค.ศ. กำลังเร่งปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อ “เพิ่มทางเลือกเป็น 3 ช่องทาง” ให้ครูได้เลือกตามความถนัด ได้แก่ 1. สายวิชาการ เน้นงานวิจัย 2. สายอาชีวะ ปฏิบัติ เน้นนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ หรือซอฟต์แวร์ที่ภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้ได้จริง และ 3. สายผลสัมฤทธิ์ เน้นรางวัล (Awards) จากเวทีระดับชาติหรือนานาชาติที่ ก.ค.ศ. รับรอง ซึ่งเกณฑ์เรื่องการใช้รางวัลนี้ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ ไม่เกินเดือนพฤษภาคมนี้
รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการคืนครูสู่ห้องเรียน อย่างแท้จริง ก.ค.ศ.ได้อนุมัติคืนอัตรากำลังสายสนับสนุน (ครูธุรการ/นักการภารโรง) มาแล้วกว่า 2,000 อัตรา โดยจะใช้วิธีทยอยจัดสรรคืนให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน เพื่อให้ครูไม่ต้องแบกรับภาระงานการเงินหรือพัสดุ นอกจากนี้ ยังเตรียม ปลดล็อกความก้าวหน้าให้กับศึกษานิเทศก์ซึ่งเปรียบเสมือนครูของครู ให้สามารถเติบโตในสายงานได้ง่ายขึ้น โดย สพฐ. กำลังเร่งศึกษาแนวทางแก้ระเบียบเพื่อไม่ให้ศึกษานิเทศก์ต้องเป็นผู้ปิดทองหลังพระอีกต่อไป
สำหรับประเด็นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่จังหวัดเชียงรายนั้น รมว.ศธ. เห็นด้วยกับข้อเสนอของพื้นที่และยืนยันที่จะขับเคลื่อนนโยบาย “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” อย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ปัญหาการจราจรในตัวเมืองและลดความเหลื่อมล้ำ ให้เด็กได้เรียนโรงเรียนดีใกล้บ้าน ส่วนข้อเสนอเรื่องงบประมาณซ่อมแซมอาคารสถานที่ เช่น กรณีรั้วโรงเรียนพัง ได้ฝากข้อคิดให้ผู้บริหารสถานศึกษาช่วยกันจัดลำดับความสำคัญและบริหารจัดการงบประมาณที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าที่สุด เนื่องจากงบประมาณภาพรวมของประเทศมีจำกัด
“วันนี้ผู้บริหารส่วนกลางและพื้นที่ต้องคุยกันให้เป็นเนื้อเดียวกัน ไม่แยกส่วนกันทำงานเหมือนในอดีต ก.ค.ศ. เองก็เริ่มเข้าใจและพร้อมผ่อนปรนกฎระเบียบต่างๆ เพื่อปลดล็อกอุปสรรคให้พี่น้องครู ขอให้มั่นใจว่า ศธ. ยุคนี้ พร้อมรับฟังและแก้ไขทุกปัญหา เพื่อให้ครูมีความสุขและส่งต่อคุณภาพที่ดีที่สุดไปสู่ลูกหลานของเรา” รมว.ศธ. กล่าวทิ้งท้าย
ภายหลังการมอบนโยบาย รัฐมนตรีทั้งสองท่านและคณะ ได้เดินเยี่ยมชมบูธนิทรรศการทางการศึกษาและผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งจัดแสดงโดยส่วนการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถานศึกษาในพื้นที่ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพการจัดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างน่าชื่นชม จากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยมชมการดำเนินงานของ “ห้องสมุดประชาชนตำบลแม่สรวย” ซึ่งถือเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตที่สำคัญของชุมชน พร้อมทั้งลงพื้นที่ติดตามกิจกรรมทางการศึกษาและเยี่ยมชม “ศูนย์ฝึกวิชาชีพราษฎรบริเวณชายแดน” เพื่อดูงานด้านการส่งเสริมทักษะอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ห่างไกล โดย ศ.ดร.นฤมล ได้ให้กำลังใจและชื่นชมความทุ่มเทของบุคลากรที่ช่วยสร้างโอกาสทางการศึกษาในพื้นที่ชายขอบได้อย่างเข้มแข็ง
จากนั้น ศ.ดร.นฤมล ได้ร่วมกิจกรรม โครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพของนักศึกษา ปีงบประมาณ 2569 ของกลุ่มศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอลุ่มน้ำลาว ณ ศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบลแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ประกอบด้วยเครือข่ายศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) หลายพื้นที่ ได้แก่ กลุ่มลุ่มน้ำลาว สกร.อำเภอแม่สรวย, ป่าแดด, พาน, แม่ลาว และเวียงป่าเป้า กลุ่มลุ่มน้ำโขง สกร.อำเภอแม่จัน, แม่ฟ้าหลวง และศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนเชียงราย
โดย ศ.ดร.นฤมล กล่าวขอบคุณ สกร.ทุกแห่งที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ให้กลับเข้าสู่การเรียนรู้ จนมุ่งสู่เป้าหมาย “Zero Dropout” ลดจำนวนผู้หลุดจากระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์ ซึ่งการเรียนในปัจจุบันต้องควบคู่กับการมองอนาคตด้านอาชีพ ไม่ใช่เพียงเรียนต่อโดยไม่รู้ทิศทางการทำงาน และ ขอเป็นกำลังใจให้กับน้องน้องทุกคนให้ประสบความสำเร็จในการเรียน และอย่าได้ทิ้งการเรียนไป เพราะรัฐบาลและกระทรวงศึกษาพร้อมที่จะดูแลทุกคนอย่างเต็มที่
ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจากสำนักรัฐมนตรี ศธ. และฝ่ายช่วยอำนวยการและประสานงาน สช.
ประชาสัมพันธ์ สช. / เรียบเรียง





เลขาธิการ กช. "มณฑล" มอบโล่–เกียรติบัตร เชิดชูครูนักเรียนคุณภาพ ยกย่องการศึกษาเอกชนพิษณุโลก 

