Black bow

รมว.ศธ.“ประเสริฐ” นำคณะผู้บริหาร ศธ. ต้อนรับเอกอัครราชทูตจีน หารือความร่วมมือทางการศึกษา มุ่งเป้าพัฒนา AI ยกระดับการเรียนภาษาจีน พร้อมเข้าร่วมเวทีการศึกษาโลก ที่หางโจว

30 เม.ย. 69 เวลา 10:45 น.80 ครั้งพิมพ์
นิชาดา บรรเด็จ
กลุ่มเลขานุการกรม

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วย นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการ กช. และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับ นายจาง เจี้ยนเว่ย (H.E. Mr. Zhang Jianwei) เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และคณะ ในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือยกระดับความร่วมมือด้านการศึกษาไทย-จีน ณ ห้องดำรงราชานุภาพ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

 

รมว.ศธ. กล่าวว่า ประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น เปรียบเสมือน “พี่น้อง” ที่ร่วมกันขับเคลื่อนความร่วมมือในทุกมิติ โดยได้นำเสนอนโยบายการปฏิรูปการศึกษา 5 ด้านหลัก ได้แก่ 1. การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างเมืองและชนบท 2. การลดภาระครูเพื่อให้มุ่งเน้นการสอนได้อย่างเต็มที่ 3. การปรับปรุงหลักสูตรให้ตอบสนองต่อเทคโนโลยีและตลาดแรงงาน 4. การสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา และ 5. การปรับปรุงกฎหมายการศึกษาให้ทันสมัย ทั้งนี้ ศธ. มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับความร่วมมือกับจีน เช่น ขยาย “ห้องเรียนขงจื่อ” การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการพัฒนาอาชีวศึกษา โดยเฉพาะเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่จีนมีความเชี่ยวชาญ เพื่อสร้างบุคลากรรองรับความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต

 

"ผมขอขอบคุณรัฐบาลจีนสำหรับคำเชิญเข้าร่วมการประชุมระดับโลกด้านการศึกษาดิจิทัล ประจำปี 2569 (2026 World Digital Education Conference) ณ นครหางโจว ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งตนมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะเข้าร่วม พร้อมทั้งระบุว่า ความคืบหน้าของการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาและเทคโนโลยี AI อยู่ระหว่างการพิจารณาตามขั้นตอน และคาดว่าจะสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ในระยะอันใกล้ โดยการหารือในครั้งนี้นับเป็นการเปิดมิติความร่วมมือที่สำคัญและก่อให้เกิดประโยชน์ในหลายด้าน" รมว.ศธ.กล่าว

 

ด้านนายจาง เจี้ยนเว่ย กล่าวว่า ยินดีกับ รมว.ศธ. ในโอกาสรับตำแหน่ง พร้อมชื่นชมวิสัยทัศน์และนโยบายทั้ง 5 ด้าน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาของจีน ส่วนความสำเร็จจากวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ที่เด่นชัดคือ การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งพระองค์ทรงให้ความสำคัญกับการศึกษา และทรงชื่นชมโครงการห้องเรียนปัญญาประดิษฐ์ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือที่แน่นแฟ้น

 

นายจาง เจี้ยนเว่ย กล่าวย้ำว่า ประเทศไทยถือเป็นผู้นำในภูมิภาคด้านการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนอย่างเป็นระบบ โดยมีจำนวนครูอาสาสมัครและห้องเรียนขงจื่อมากที่สุดในภูมิภาค พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจีนมีความพร้อมในการสนับสนุนประเทศไทยในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนแนวทางลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาผ่านระบบการเรียนการสอนทางไกลและออนไลน์ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา การเสริมสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษาผ่านองค์ความรู้ด้านกฎหมาย ตลอดจนการถ่ายทอดเทคโนโลยี EV เพื่อร่วมกันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของทั้งสองประเทศให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป

 


ขอขอบคุณข้อมูลข่าวและภาพจาก // สำนักงานรัฐมนตรี ศธ

นิชาดา บรรเด็จ // เรียบเรียง

ประชาสัมพันธ์ สช.

 

#โรงเรียนเอกชน #การศึกษาเอกชน #สช #สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน #opec

รายการกิจกรรมผู้บริหารอื่นๆ