Black bow

รองนายกฯ “ยศชนัน” เดินหน้าปฏิรูปการศึกษาไทยครั้งใหญ่ ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ดัน พรบ.การศึกษาใหม่ สร้างคนทันโลก

27 เม.ย. 69 เวลา 17:06 น.124 ครั้งพิมพ์
นิชาดา บรรเด็จ
กลุ่มเลขานุการกรม

วันนี้ (27 เมษายน 2569) กระทรวงศึกษาธิการ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ MOE Human Capital Blueprint Workshop "การออกแบบสถาปัตยกรรมการศึกษาไทยและทุนมนุษย์” โดยได้รับเกียรติจาก นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ณ หอประชุมคุรุสภา ศธ. โดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วยนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ. นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการ กช. และผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนผู้บริหารภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม ร่วมให้การต้อนรับ

 

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวในการเปิดว่า การศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูง ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์ความรู้เดิมอาจล้าสมัยในเวลาอันสั้น ดังนั้น “หัวใจสำคัญ” จึงไม่ใช่เพียงเทคโนโลยี แต่คือการให้คุณค่ากับ “คน” และการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ผ่านการส่งเสริมการ Re-skill และ Up-skill เพื่อให้คนไทยสามารถปรับตัวได้ในทุกบริบทของการเปลี่ยนแปลง พร้อมชี้ว่า การปรับปรุงหลักสูตรที่ใช้ระยะเวลาเป็นรอบยาว อาจไม่ทันต่อโลกยุคใหม่ เวทีครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้าง “ฉันทามติร่วม” จากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่การยกร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ โดยกระทรวงศึกษาธิการจะทำหน้าที่เป็น “พื้นที่กลาง” เปิดรับทุกความคิดเห็นอย่างรอบด้าน และเร่งผลักดันให้กฎหมายแล้วเสร็จโดยเร็ว

 

ด้านทิศทางการพัฒนาทุนมนุษย์ ควรมุ่งเน้นการเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวของคนไทยให้พร้อมรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลงในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์ใดขึ้นก็ตาม โดยต้องเริ่มตั้งแต่การวางรากฐานที่สำคัญในช่วงปฐมวัย โดยเฉพาะทักษะด้านภาษา การคิดวิเคราะห์ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงการส่งเสริมโอกาสให้คนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ของตนเองได้อย่างยืดหยุ่น โดยยึด “ผลลัพธ์ของผู้เรียน” เป็นศูนย์กลาง

 

“การผนึกกำลังของบุคลากรที่มีองค์ความรู้จากหลากหลายกระทรวงและภาคส่วน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมในการยกร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ เพื่อขยายผลการปฏิบัติ เพราะ “เรื่องการศึกษาไม่สามารถรอได้” และควรเร่งผลักดันให้เกิดผลสำเร็จโดยเร็ว โดย พรบ. ฉบับใหม่นี้ จะต้องเป็นฉันทามติของทุกภาคส่วน ภายใต้อุดมการณ์ร่วมกัน คือ “การขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้า” นายยศชนัน กล่าว

 

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเสริมว่า ผลการประเมิน PISA 2022 ที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 58 จาก 81 ประเทศ ไม่ได้สะท้อนว่าเด็กไทยขาดศักยภาพ แต่สะท้อนข้อจำกัดของ “ระบบการศึกษา” ที่ยังไม่สามารถปลดล็อกศักยภาพผู้เรียนได้อย่างเต็มที่ ขณะที่ครูต้องแบกรับภาระงานเอกสารจำนวนมาก พร้อมชี้ถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปฏิรูประบบให้ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ โดยเฉพาะการผลักดันระบบสะสมหน่วยกิต (Credit Bank) การเรียนรู้ตลอดชีวิต และการเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับตลาดแรงงานอย่างไร้รอยต่อ

 

กระทรวงศึกษาธิการจะจัดเวทีในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดพื้นที่ให้เกิดการรับฟัง แลกเปลี่ยน และวิพากษ์แนวคิดอย่างสร้างสรรค์ โดยมุ่งเปลี่ยนข้อสะท้อนจากผู้ปฏิบัติงานให้เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและกฎหมายที่เป็นรูปธรรม ซึ่งวันนี้เราแบ่งการระดมสมองออกเป็น 5 ภารกิจยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1. การเพิ่มความคล่องตัวให้สถานศึกษา : เราจะกระจายอำนาจให้เขตพื้นที่และโรงเรียนบริหารงบประมาณและทรัพยากรได้เองอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร 2. การเรียนรู้ไร้รอยต่อ : เราจะทำให้ระบบสะสมหน่วยกิต (Credit Bank) และการเทียบโอนทักษะ เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร 3. คืนเวลาให้ครู : เราจะดึงงานเอกสารออกจากครูและแยกงานบริการอาหารกลางวันออกจากงานสอนได้อย่างไร 4. สถานศึกษาปลอดภัย : เราจะสร้างกลไกคุ้มครองสิทธิที่เป็นอิสระได้อย่างไร และ 5. สถาปัตยกรรมวิชาชีพครูยุคใหม่ : เราจะสร้างระบบที่ทำให้คนเก่งเข้ามาเป็นโค้ชให้เด็กไทยได้อย่างไร โดยเน้นการเปิดพื้นที่ให้ผู้ปฏิบัติงานจริงมีส่วนร่วมออกแบบนโยบาย ภายใต้แนวคิด “All for Education” หรือ “ปวงชนเพื่อการศึกษา” เพื่อให้ทุกเสียงสะท้อนถูกแปลงเป็นนโยบายที่จับต้องได้

 

“พิมพ์เขียว (Master Blueprint) ที่เกิดจากการระดมความคิดเห็นของทุกภาคส่วนในวันนี้ จะไม่ถูกเก็บไว้ในเชิงแนวคิดเท่านั้น แต่จะถูกนำไปใช้เป็นแกนหลักในการจัดทำร่างกฎหมายการศึกษาฉบับใหม่ เพื่อปลดล็อกระบบการศึกษาไทยไปตลอดกาล” รมว.ศธ. กล่าว

 

ด้านนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินัน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เน้นย้ำว่า “ความปลอดภัยของผู้เรียน” คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาทุนมนุษย์ โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย ปราศจากความหวาดกลัว การละเมิดสิทธิ และการบูลลี่ โดยหน้าที่ในฐานะผู้บริหาร ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการกำหนดระเบียบเท่านั้น ยังรวมถึงการพัฒนากลไกคุ้มครองสิทธิ ที่สามารถนำไปใช้ มีความชัดเจน และที่สำคัญคือ “สามารถเป็นที่พึ่งพาได้อย่างแท้จริง” สำหรับเด็กนักเรียน โดยดำเนินการด้วยความโปร่งใส คำนึงถึงประโยชน์ของเด็กเป็นสำคัญ และหลีกเลี่ยงการใช้อำนาจหรือการปกปิดข้อมูลที่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่น

 

พร้อมเสนอให้ร่วมกันออกแบบ “ระบบคุ้มครองสิทธิและระบบร้องเรียนการละเมิดสิทธิ” ด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้ามาใช้รับเรื่องร้องเรียนโดยตรง เพื่อเป็นการคุ้มครองและปกป้องสิทธิของเด็ก รวมทั้งครูและบุคลากรทางการศึกษาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญเพื่อให้เด็กและครู รวมทั้งบุคลากรทางการศึกษา ที่ถูกละเมิดสิทธิสามารถเข้าถึงระบบการร้องเรียนนี้ได้ โดยไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลใด ๆ เราต้องการเปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ที่เด็กไทยเติบโตได้อย่างสง่างาม มีศักดิ์ศรี และได้รับการคุ้มครองสิทธิในฐานะมนุษย์อย่างเต็มภาคภูมิ

 

“เชื่อมั่นในศักยภาพของทุกคน และพร้อมให้การสนับสนุนแนวคิดที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ที่มีความปลอดภัยสำหรับนักเรียนและครูทุกคน ขอให้การระดมความคิดเห็นในวันนี้ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สามารถเกิดผลได้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง” รมช.ศธ.กล่าวทิ้งท้าย

 

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าวและภาพจาก // ศธ 360 องศา และ ปชส.สร.ศธ.

นิชาดา บรรเด็จ // เรียบเรียง

ประชาสัมพันธ์ สช.

รายการกิจกรรมผู้บริหารอื่นๆ