Menu Close

ศบค. ศธ. พบเพื่อนครู สช. กับการช่วยเหลือโรงเรียนเอกชน ในสถานการณ์การโควิด–19

(16 ก.ค. 2564) ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และประธาน ศบค. ศธ. เข้าร่วมรายการเสวนา “ศบค. ศธ. พบเพื่อนครู สช.” ผ่านสตรีมมิ่งออนไลน์ พร้อมด้วย นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข นางพรพรรณ มนตรีพิศุทธิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานโรงเรียนสามัญศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และ ผศ.ดร.ศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย โดยมี ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช ผู้ตรวจราชการ ศธ. และโฆษกกระทรวงกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ดำเนินรายการ โดยร่วมพูดคุยประเด็นประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ สช. กับการให้ความช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนในสถานการณ์ COVID-19 โรงเรียนเอกชนในระบบและนอกระบบกับสถานการณ์ COVID-19 และการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในสถานศึกษา

ดร.สุภัทร กล่าวตอนหนึ่งในรายการว่า ปัจจุบัน ศบค. ศธ. ได้สังเกตการณ์และเฝ้าระวังจำนวนผู้ติดเชื้อโควิค–19 ที่เพิ่มขึ้นและได้ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนในโรงเรียนทุกพื้นที่ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดการระบาดคลัสเตอร์ขึ้นได้ ซึ่งช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมามีจำนวนนักเรียน นักศึกษา และครู ติดเชื้อกว่า 6,000 คน และอยู่ระหว่างการรักษากว่า 3,000 คน โดย 90% ของสาเหตุการติดเชื้อเกิดจากภายในชุมชนและครอบครัว แต่ทั้งนี้ก็ยังมีจำนวนครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วจำนวน 312,000 คน จาก 750,000 คน คิดเป็น 40% ของจำนวนทั้งหมด จึงทำให้รูปแบบการเรียนการสอนแบบ On site จัดขึ้นได้ยากกว่าเดิม ทั้งนี้ตนก็ขอขอบคุณคุณครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ลงทะเบียนให้ความร่วมมือในการฉีดวัคซีนทั่วประเทศไทยอีกด้วย
ดร.สุภัทร ยังกล่าวอีกว่า ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้รวบรวมและจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนการสอนทางไกล เพื่อประสานไปยัง ครม. อาทิตย์หน้า ซึ่งนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องการให้มีการจัดทำการเรียนการสอนดังกล่าวให้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น โดยจะจัดสรรงบประมาณกับทาง สพฐ. ให้ดูแลและช่วยเหลือนักเรียน เพื่อแบ่งเบาภาระให้แก่ครู และภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองรวมถึงโรงเรียนเอกชนอีกด้วย

ด้าน นางพรพรรณ มนตรีพิศุทธิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานโรงเรียนสามัญศึกษา สช. กล่าวถึงการช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนในระบบและนอกระบบ ในสถานการณ์การโควิด – 19 ว่า ในปัจจุบันมีโรงเรียนเอกชนในระบบและนอกระบบที่อยู่ในกับกำและการดูแลของ สช. ถึง 11,759 โรงเรียน ทั้งที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และโรงเรียนเอกชนต่างจังหวัดที่อยู่ในการดูแลของ ศึกษาธิการจังหวัด ทั้งที่ได้รับการอุดหนุนและไม่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาลก็ตาม ทั้งนี้จากผลกระทบของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โรงเรียนเอกชนในระบบและนอกระบบจะมีช่วงเวลาที่เจอผลกระทบที่แตกต่างกันตามหลักสูตรการเรียนการสอน โดยโรงเรียนนานาชาติจะอยู่ในช่วงเปิดภาคเรียนซึ่งอยู่ในระหว่างช่วงสอบของนักเรียน ส่วนโรงเรียนเอกชนสามัญยังเป็นช่วงปิดภาคเรียนอยู่ ดังนั้นวิธีการของ สช. ที่จะช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนในกำกับกับตามนโยบายของกระทรวงฯ คือการจัดทำหนังสือเพื่อขอความร่วมมือทั้งในโรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนเอกชนสามัญ สำหรับการคืนค่าธรรมเนียมในรายการที่ไม่ได้ให้บริการ อาทิ ค่ารถรับ-ส่ง ค่าอาหารกลางวัน ของว่าง และเครื่องดื่ม เป็นต้น นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือให้โรงเรียนเอกชนทุกโรงเรียนรายงานความคืบหน้าในการคืนค่าเทอมและค่าธรรมเนียมดังกล่าวแก่ สช. ให้ทราบในปีการศึกษานั้นๆ ด้วย โดยรายงานการคืนเงินของปีการศึกษา 2563 สช. ได้รับรายงานการคืนเงินจากโรงเรียนเอกชนถึง 1 พันล้านบาท และในปีการศึกษา 2564 ก็ยังคงมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

ทางด้าน ผศ.ดร.ศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ได้รายงานตัวอย่างโรงเรียนเอกชนที่ได้ดำเนินการคืนเงินค่าธรรมเนียมการศึกษา อาทิ โรงเรียนเรืองศรีวิทยา จ.นครราชสีมา ลดค่าเทอมบางส่วน สนับสนุนค่าอินเตอร์เน็ตสำหรับผู้ปกครอง, โรงเรียนปรียาโชติ จ.นครสวรรค์ ไม่เก็บค่าธรรมเนียมส่วนเกินในระดับชั้นมัธยมศึกษา,โรงเรียนกุลดิศวิทยานุสรณ์ จ.เพชรบูรณ์ ไม่เก็บค่าอาหารกลางวัน และโรงเรียนอำมาตย์พิทยานุสรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ไม่เก็บค่ารถรับ-ส่ง และค่าอาหารกลางวันเป็นต้น

ขวัญข้าว แสนบ่อ : ภาพ/ข่าว
กรรณิกา พันธ์คลอง : เรียบเรียง
ประชาสัมพันธ์ สช.

https://www.pourhauslakewood.com