Menu Close

ผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ครั้งที่ 1/2565

วันนี้ (23 มี.ค. 2565) เวลา 9.30 น. นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนครั้งที่ 1 ประจำปี 2565 โดยมี นายสุทิน แก้วพนา รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายพีรศักดิ์ รัตนะ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนจากกรมบัญชีกลาง ผู้แทนจากสำนักงบประมาณ ผู้แทนสมาคมจากภาคเอกชน ซึ่งเป็นคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2 อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีสรุปผลการประชุมที่สำคัญ ดังนี้

รับทราบ คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวตรีนุช เทียนทอง) ได้คัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนตามมาตรา 8 (3) (4) และ (5) ซึ่งมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี และลงนามในคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สป 920/2564 เรื่อง แต่งตั้งกรรมการในคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สั่ง ณ วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ดังนี้

  • 1. กรรมการประเภทผู้แทนสมาคมเกี่ยวกับโรงเรียนเอกชน
    1.1 นายศุภเสฏฐ์  คณากูล
    1.2 นายอุดม  ชำนิ
  • 2. กรรมการประเภทผู้แทนผู้รับใบอนุญาต
    นางปาริชาต  ปรียาโชติ
  • 3. กรรมการประเภทผู้แทนผู้อำนวยการ
    นายพิพัตน์  เสนาพิทักษ์กุล
  • 4. กรรมการประเภทผู้แทนผู้บริหาร
    นางวิไลวรรณ  วรรณโชติผาเวช
  • 5. กรรมการประเภทผู้แทนครู
    นายมาโนช  จุลสุคนธ์
  • 6. กรรมการประเภทผู้แทนบุคลากรทางการศึกษา
    นางพิมพรรณ  ทองงาม
  • 7. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
    7.1 นายอรรถพล  ตรึกตรอง
    7.2 นางอุษา  สมบูรณ์
    7.3 นายสมโรจณ์  เตียงนิล
  • 8. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษาพิเศษสำหรับคนพิการ
    นายพะโยม  ชิณวงศ์

โดยตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 มาตรา 8 กำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ประกอบด้วย
(1) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานกรรมการ
(2) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  เลขาธิการสภาการศึกษา  ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ  อธิบดีกรมบัญชีกลาง  และอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
(3) กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้แทนสมาคมเกี่ยวกับโรงเรียนเอกชนสองคน
(4) แต่งตั้งจากผู้ได้รับคัดเลือกจากผู้รับใบอนุญาต ผู้อำนวยการ ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ฝ่ายละหนึ่งคน
(5) แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิสี่คน ในจำนวนนั้นจะต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษาพิเศษสำหรับคนพิการหนึ่งคน โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนเป็นกรรมการและเลขานุการ

โดยมาตรา 13 ได้กำหนดให้คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1)  เสนอนโยบายเกี่ยวกับการศึกษาเอกชน การพัฒนาและสนับสนุนโรงเรียน ครู ผู้สอน และบุคลากรทางการศึกษาต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
(2)  กำกับดูแลการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
(3)  กำหนดมาตรฐานและแผนพัฒนาหลักสูตรการศึกษาเอกชน
(4)  กำหนดมาตรการช่วยเหลือ ส่งเสริมและสนับสนุนโรงเรียน ครู ผู้สอน และบุคลากรทางการศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตาม (1)
(5)  ออกระเบียบเกี่ยวกับการเก็บรักษาเอกสารหลักฐานของโรงเรียน
(6)  เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศ
เพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้
(7)  ออกระเบียบเกี่ยวกับการวินิจฉัยการร้องทุกข์และการคุ้มครองการทำงาน
(8)  ออกระเบียบเกี่ยวกับการยื่นอุทธรณ์ การรับอุทธรณ์ วิธีพิจารณาอุทธรณ์
และกำหนดเวลาพิจารณาอุทธรณ์
(9)  แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
(10)   ปฏิบัติงานอื่นตามที่พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 หรือกฎหมายอื่นกำหนดหรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

ผลการปฏิบัติงานตามมติที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

1. จากการประชุม กช. ครั้งที่ 5/2564 เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2564 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้เสนอความเห็นต่อรมว.ศธ. ในการออกร่างคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การเปิดห้องเรียนพิเศษในการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาต่างประเทศของโรงเรียนในระบบ ประเภทสามัญศึกษา นั้น ปัจจุบัน สช. ได้จัดทำเรื่องเสนอ รมว.ศธ.แล้ว ซึ่งสำนักนิติการ สป. ได้มีข้อสังเกต และขอให้ สช. พิจารณาทบทวนในบางประเด็น
2. จากการประชุม กช. ครั้งที่ 5/2564 เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2564 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การเปิดห้องเรียนพิเศษในการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาต่างประเทศของโรงเรียนในระบบ ประเภทสามัญศึกษา พ.ศ. …. นั้น ปัจจุบัน สช. ได้จัดทำเรื่องเสนอ รมว.ศธ. แล้ว ซึ่งสำนักนิติการ สป. ได้มีข้อสังเกต และขอให้ สช. พิจารณาทบทวนในบางประเด็น
3. จากการประชุม กช. ครั้งที่ 5/2564 เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2564 ที่ประชุมได้มอบให้ สช. พิจารณาทบทวนร่างประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง กำหนดประเภทและลักษณะของโรงเรียน การจัดการเรียนการสอนและหลักสูตรของโรงเรียนนอกระบบ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามข้อสังเกตของที่ประชุม ก่อนนำเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาอีกครั้ง นั้น ปัจจุบัน สช. ได้พิจารณาทบทวนร่างประกาศฯ และปรับแก้ไขตามข้อสังเกตของที่ประชุมและนำเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาในการประชุมครั้งนี้
4. จากการประชุม กช. ครั้งที่ 5/2564 เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2564 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ชะลอการขอเพิ่มประเภทโรงเรียนในระบบในใบอนุญาตให้จัดตั้งเดียวกันไว้ก่อน จนกว่าที่มีการแก้ไขกฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบการกำหนดรายการและการขอเปลี่ยนแปลงรายการในตราสารจัดตั้งและการกำหนดขนาดที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนในระบบ พ.ศ. 2555 นั้น ปัจจุบัน สช. ได้มีหนังสือแจ้ง ศธจ. และ สช. จังหวัดทราบและถือปฏิบัติแล้ว ตามหนังสือที่ ศธ 0211.1/8734 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2564

รับทราบ รายงานการควบคุมกิจการของโรงเรียนเอกชนในระบบ จำนวน 3 โรง

ด้วยกระทรวงศึกษาธิการ ต้องการจัดระบบฐานข้อมูลโรงเรียนเอกชนเพื่อรองรับระบบฐานข้อมูลกลาง Big Data และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้ตรวจสอบข้อมูลโรงเรียนเอกชน พบว่า มีโรงเรียนในระบบที่ไม่มีครู นักเรียน และอาจไม่ได้ดำเนินกิจการตามปกติ จึงขอให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดตรวจสอบสภาพจริงของโรงเรียนว่ายังดำเนินกิจการโรงเรียนตามปกติหรือไม่ เมื่อมีกรณีต้องสงสัยว่าโรงเรียนใดไม่ได้จัดการเรียนการสอนเป็นเวลานาน หรือถูกทิ้งร้างจนไม่มีสภาพ หรือกรณีไม่พบสถานที่ตั้งของโรงเรียนตามที่ได้รับอนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงภายใน 15 วัน หากมีเหตุตามกรณีต้องสงสัยหรือมีเหตุแห่งการควบคุมเกิดขึ้นจริง ให้ผู้อนุญาตออกคำสั่งควบคุมและรายงานให้คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนทราบภายใน 15 วัน
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนขอรายงานให้ที่ประชุมทราบการแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมโรงเรียนเอกชนในระบบ จำนวน 3 โรง ของจังหวัดชัยภูมิ ดังนี้
1. โรงเรียนอนุบาลณัฐพันธุ์ 1 ตำบลดงบัง อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ จากการตรวจสอบการดำเนินกิจการโรงเรียนในระบบพบว่า ไม่ได้ดำเนินกิจการตามปกติ ไม่มีครู บุคลากร และนักเรียน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 และยังไม่ได้ส่งเอกสารขอรับเงินอุดหนุน เนื่องจากขอเลิกกิจการแต่ยังไม่ได้ยื่นคำขอเลิกกิจการ ซึ่งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชัยภูมิ ได้ดำเนินการแจ้งให้คืนเงินอุดหนุนและขอให้ดำเนินการยื่นคำขอเลิกกิจการแล้ว แต่โรงเรียนอนุบาลณัฐพันธุ์ 1 ไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 อาจทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่การดำเนินกิจการของโรงเรียนในระบบ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชัยภูมิ จึงได้มีคำสั่งให้โรงเรียนอนุบาลณัฐพันธุ์ 1 จังหวัดชัยภูมิ อยู่ในการควบคุมของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชัยภูมิ ตามคำสั่ง ที่ 416/2564 สั่ง ณ วันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2564 และมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมโรงเรียนอนุบาลณัฐพันธุ์ 1 ตามคำสั่ง ที่ 417/2564  สั่ง ณ วันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2564 เพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 ต่อไป
2. โรงเรียนอนุบาลไพโรจน์วิทยา อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ จากการตรวจสอบการดำเนินกิจการโรงเรียนในระบบพบว่า ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้จัดหาสถานที่เพื่อดำเนินกิจการโรงเรียนใหม่หรือปรับปรุงสถานที่เช่าเดิมให้เป็นไปตามมาตรฐานตามที่พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2554 กำหนด และไม่ดำเนินการตามข้อสั่งการของเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กรณีโรงเรียนไม่มีนักเรียน เป็นการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 95 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชนฯ และอาจทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงแก่การดำเนินกิจการของโรงเรียนในระบบ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชัยภูมิจึงได้มีคำสั่งให้โรงเรียนอนุบาลไพโรจน์วิทยาอยู่ในความควบคุมของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชัยภูมิ ตามคำสั่ง ที่ 440/2564 สั่ง ณ วันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2564 และมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมโรงเรียนอนุบาลไพโรจน์วิทยา ตามคำสั่งที่ 441/2564 สั่ง ณ วันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2564
3. โรงเรียนอนุบาลปรีญาภัทร อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ จากการตรวจสอบการดำเนินกิจการโรงเรียนในระบบพบว่า ศาลจังหวัดชัยภูมิพิพากษาให้ดำเนินการขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของโรงเรียน เนื่องจากธนาคารออมสินแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน และโรงเรียนอนุบาลปรีญาภัทรไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2554 อาจทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงแก่การดำเนินกิจการของโรงเรียนในระบบ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชัยภูมิจึงได้มีคำสั่งให้โรงเรียนอนุบาลปรีญาภัทร อยู่ในความควบคุมของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชัยภูมิ ตามคำสั่ง ที่ 585/2564 สั่ง ณ วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 และมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมโรงเรียนอนุบาลปรีญาภัทร ตามคำสั่ง ที่ 586/2564 สั่ง ณ วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 สช. จึงขอรายงานให้ที่ประชุมทราบการแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมโรงเรียนเอกชนในระบบดังกล่าว เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 97 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชนฯ ซึ่งกำหนดว่า เมื่อแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมโรงเรียนในระบบแล้ว ให้ผู้อนุญาตรายงานให้คณะกรรมการทราบ

รับทราบ รายงานผลการจัดงานวันการศึกษาเอกชน ประจำปี 2565

ตามที่ ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 และนับแต่นั้นมาจึงได้กำหนดให้วันที่ 10 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็น “วันการศึกษาเอกชน”  ซึ่งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาเอกชนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในแต่ละภูมิภาคร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆ ในห้วงเวลาดังกล่าวเป็นประจำทุกปี นั้น
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนร่วมกับสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้จัดโครงการงานวันการศึกษาเอกชน ซึ่งการจัดงานดังกล่าวปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID–19) โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย ข้าราชการของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ข้าราชการของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด คณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนโรงเรียนเอกชน โดยกำหนดจัดงานวันการศึกษาเอกชน ประจำปี 2565 ใน 5 ภูมิภาค ดังต่อไปนี้
ภาคเหนือ วันที่ 5 – 6 กุมภาพันธ์ 2565 ณ จังหวัดกำแพงเพชร
ภาคกลาง วันที่ 15 – 16 กุมภาพันธ์ 2565 ณ จังหวัดสุพรรณบุรี
ภาคตะวันออก วันที่ 17 – 18 กุมภาพันธ์ 2565 ณ จังหวัดระยอง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 18 – 19 กุมภาพันธ์ 2565 ณ จังหวัดอุบลราชธานี
ภาคใต้ วันที่ 25 – 26 กุมภาพันธ์ 2565 ณ จังหวัดภูเก็ต

มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้ผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการและนวัตกรรมทางการศึกษา ให้นักเรียนได้มีโอกาสแสดงความสามารถ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน และพัฒนาทักษะ เพิ่มศักยภาพของตนเอง เป็นการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น ซึ่งแต่ละภาคมีการจัดกิจกรรม ดังต่อไปนี้
กิจกรรมที่ 1  เสวนาวิชาการด้วยระบบออนไลน์
– ภาคกลาง จังหวัดสุพรรณบุรี ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 13.30 น. หัวข้อ “NEXT NORMAL กับการจัดการศึกษาเอกชน”
– ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 13.00 น. หัวข้อ “Inspiration is rare and real. ยาก..ที่จะพบแรงบัลดาลใจ ง่าย..ที่จะทำให้เป็นจริง” วิทยากร : ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
– ภาคเหนือ จังหวัดกำแพงเพชร ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 13.00 น. หัวข้อ
“การจัดการเรียนรู้เทคโนโลยีทักษะการคำนวณ เพื่อพัฒนาสมรรถนะขั้นสูง พัฒนาทักษะการคิดชั้นสูง
โดยใช้สื่อและแหล่งเรียนรู้ดิจิทัล” วิทยากร : รศ.ธีระวัฒน์ ประกอบผล
– ภาคใต้ จังหวัดภูเก็ต ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 13.30 น. หัวข้อ “Metaverse กับการศึกษาในอนาคต”  วิทยากร : นายจิรายุส  ทรัพย์ศรีโสภา
“Financial Literacy : Money Coach”  วิทยากร : นายจักรพงษ์ เมษพันธุ์
– ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุบลราชธานี ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2565 หัวข้อสมรรถนะเด็กไทยในศตวรรษที่ 22 เวลา 13.00 น.
กิจกรรมที่ 2 นิทรรศการ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ จังหวัดอุบลราชธานี โดยจัดนิทรรศการเฉพาะโรงเรียนเอกชน
ที่อยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี โดยใช้เทคโนโลยีเป็นสื่อในการนำเสนอ สำหรับในภูมิภาคอื่นไม่มีการจัดกิจกรรม นิทรรศการดังกล่าว เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
กิจกรรมที่ 3 การแข่งขันทักษะทางวิชาการของนักเรียนผ่านระบบออนไลน์
– ภาคกลาง จังหวัดสุพรรณบุรี : 30 รายการ 79 การแข่งขัน เริ่มแข่งขัน 22, 23, 29, 30 มกราคม 2565
– ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง : 30 รายการ 79 การแข่งขัน เริ่มแข่งขัน 22, 23, 29, 30 มกราคม 2565
– ภาคเหนือ จังหวัดกำพงเพชร : 30 รายการ 79 การแข่งขัน เริ่มแข่งขัน 22, 23, 29, 30 มกราคม 2565 โดยภาคเหนือจะมีกิจกรรมเพิ่มอีก 38 รายการ 117 การแข่งขัน
– ภาคใต้ จังหวัดภูเก็ต : 30 รายการ 79 การแข่งขัน เริ่มแข่งขัน 22, 23, 29, 30 มกราคม 2565 และภาคใต้จะมีกิจกรรมเพิ่มอีก 83 รายการ 162 การแข่งขัน
– ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุบลราชธานี : 30 รายการ 79 การแข่งขัน เริ่มแข่งขัน 22, 23, 29, 30 มกราคม 2565
กิจกรรมที่ 4 การมอบเกียรติบัตร
1) รางวัลสดุดีครูเอกชน ประจำปี 2565
2) รางวัลผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนดีเด่น ประจำปี 2565
3) รางวัลเข็มสดุดีทองคำผู้ทำคุณประโยชน์ต่อการศึกษาเอกชน
4) รางวัลนักเรียนเอกชนผู้สร้างชื่อเสียงระดับประเทศ
5) รางวัลเจ้าหน้าที่โรงเรียนเอกชนดีเด่น ประจำปี 2565

เห็นชอบ ในการออกร่างระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….

คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ในคราวประชุม ครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2564 ได้ให้ความเห็นชอบในหลักการการปรับอัตราเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับนักเรียนในโรงเรียนเอกชน ประเภทอาชีวศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้ดำเนินการเสนอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ความเห็นชอบและเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ปรับอัตราเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับนักเรียนในโรงเรียนเอกชนประเภทอาชีวศึกษา โดยการอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับนักเรียนในโรงเรียนเอกชน ประเภทอาชีวศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ที่อยู่ในการกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ให้ได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคลในส่วนของเงินสมทบเป็นเงินเดือนครูเพิ่มขึ้น 450 บาท ต่อคนต่อปี โดยปรับอัตราจาก 8,582.50 บาทต่อคนต่อปี เป็น 9,032.50 บาทต่อคนต่อปี เท่ากับการอุดหนุนนักเรียนในโรงเรียนเอกชน ประเภทสามัญศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อประกันรายได้ครูโรงเรียนเอกชนให้ได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำที่ทางราชการกำหนด
ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564 มีมติเห็นชอบให้ปรับอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลในส่วนของเงินสมทบเป็นเงินเดือนครู สำหรับนักเรียนโรงเรียนเอกชน ประเภทอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ เพิ่มขึ้น จำนวน 450 บาทต่อคนต่อปี จากอัตรา 8,582.50 บาท/คน/ปี เพิ่มขึ้นเป็น 9,032.50 บาท/คน/ปี เท่ากับการอุดหนุนนักเรียนโรงเรียนเอกชน ประเภทสามัญศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป

เห็นชอบ การกำหนดนโยบายการคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ ในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 – 31 พฤษภาคม 2568

เพื่อให้กองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบสามารถให้ความช่วยเหลือแก่โรงเรียนเอกชนในระบบที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 จึงเห็นควรเสนอคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบหลักการในการกำหนดนโยบายการคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ ในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี คือ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2568  สำหรับโรงเรียนที่กู้ยืมเงินเพื่อนำไปดำเนินการในด้านต่าง ๆ คือ 1) การพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน 2) การก่อสร้าง หรือ ปรับปรุง อาคารเรียน อาคารประกอบ 3) การซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบ ที่ชำรุด หรือ เสียหาย และ 4) การจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอนตามหลักสูตร เพื่อเป็นการช่วยเหลือโรงเรียนกรณีประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  โดยคาดว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยจะมีการฟื้นตัวภายในไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ซึ่งหากเศรษฐกิจฟื้นตัวตามที่คาดการณ์ไว้และให้ระยะเวลากับโรงเรียนเพิ่มเติมออกไปอีก 1 ปี จนถึงสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 คาดว่าจะเพียงพอสำหรับการฟื้นตัวของโรงเรียน ประกอบกับปัจจุบันกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบได้มีการปล่อยให้กู้ยืมเงินฯ (โควิด-19) ในรูปแบบ Soft Loan ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี และมีโรงเรียนเดิมบางส่วนไม่สามารถกู้ยืมเงินฯ (โควิด-19) ได้ เนื่องจากมีวงเงินคงเหลือไม่เพียงพอสำหรับการหักชำระหนี้ ณ ที่จ่ายจากวงเงินอุดหนุนรายบุคคล อีกทั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นร้อยละ 2 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี มิได้ส่งผลกระทบต่องบประมาณในการดำเนินงานของกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบแต่ประการใด ตามที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนเสนอ
ที่ประชุมจึงเห็นชอบเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบการกำหนดนโยบายการคิดอัตราดอกเบี้ย
เงินกู้ยืมจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบในอัตราร้อยละ 2 (สอง) ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 (สาม) ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 เพื่อให้ความช่วยเหลือโรงเรียนกรณีประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินกรณีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 สำหรับโรงเรียนที่กู้ยืมเงินเพื่อนำไปดำเนินการในด้านต่าง ๆ คือ 1) การพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน 2) การก่อสร้าง หรือ ปรับปรุง อาคารเรียน อาคารประกอบ 3) การซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบ ที่ชำรุด หรือ เสียหาย และ 4) การจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอนตามหลักสูตร ตามที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนเสนอ

เห็นชอบ การกำหนดนโยบายการคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ ในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 – 31 พฤษภาคม 2568 โดยให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ปรับหลักเกณฑ์การกู้ยืมเงิน เพื่อให้โรงเรียนขนาดเล็กสามารถกู้ยืมเงินจากกองทุนได้

1. โรงเรียนที่เปิดสอน 1 ระดับชั้นเรียน จากเดิมที่ทางกองทุนฯ กำหนดไว้ว่า โรงเรียนที่สามารถกู้ได้จะต้องมีจำนวนนักเรียน 120 คน เห็นชอบให้ปรับแก้ไขเป็น “ต้องมีนักเรียน 60 คน”
2. โรงเรียนที่เปิดสอน 2 ระดับชั้นเรียนขึ้นไป จากเดิมที่ทางกองทุนฯ กำหนดไว้ว่า โรงเรียนที่สามารถกู้ได้จะต้องมีจำนวนนักเรียน 180 คน เห็นชอบให้ปรับแก้ไขเป็น “ต้องมีนักเรียน 120 คน” และให้เพิ่มข้อความในวรรคท้ายว่า สำหรับโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่าที่เกณฑ์กำหนด ให้อนุกรรมการเงินกู้ยืม พิจารณาเป็นรายกรณีไป
ทั้งนี้ คณะกรรมการ กช. ได้มีมติมอบหมายให้ สช. ปรับหลักเกณฑ์การกู้ยืมเงิน เพื่อให้โรงเรียนขนาดเล็กสามารถกู้ยืมเงินจากกองทุนได้ และดำเนินการขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลในการเสริมสภาพคล่องให้กับโรงเรียนเอกชนในระบบ ในการกู้ยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนเอกชนในระบบอีกด้วย

เห็นชอบ ให้เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการใช้อำนาจตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 ในการยกเว้นให้โรงเรียนอัมพวันวิทยา อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง แต่งตั้งผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาต โรงเรียนอัมพวันวิทยา โดยยกเว้นคุณสมบัติของ พระอธิการกลอด อินทวณโณ

สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดตรังได้มีหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ขอยกเว้นคุณสมบัติของพระอธิการกลอด อินทวณโณ เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน ในการทำหน้าที่ผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาต โรงเรียนอัมพวันวิทยา อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง โดยพระอธิการกลอด อินทวณโณ เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ในการทำหน้าที่เป็นผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาตโรงเรียน เนื่องจากสำเร็จการศึกษาต่ำกว่าระดับปริญญาตรี จึงขอยกเว้นการปฏิบัติตามมาตรา ๒๑ (๓) แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งกำหนดให้ ผู้ขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนพิจารณาแล้ว เพื่อให้การดำเนินกิจการ
ของโรงเรียนอัมพวันวิทยา อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง สามารถดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนาในการสงเคราะห์นักเรียนยากจนหรือด้อยโอกาสทางการศึกษา จึงเห็นควรเสนอคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนพิจารณายกเว้นคุณสมบัติเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาของพระอธิการกลอด อินทวณโณ เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน ในการทำหน้าที่ผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนอัมพวันวิทยา อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง
ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบเพื่อพิจารณายกเว้นคุณสมบัติของพระอธิการกลอด อินทวณโณ เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน ในการทำหน้าที่ผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนอัมพวันวิทยา อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ตามมาตรา ๒๑ (๓) แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งโรงเรียนอัมพวันวิทยา อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2501 เป็นโรงเรียนเอกชนประเภทสามัญศึกษา จัดการเรียนการสอนลักษณะโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา เปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนสามารถพิจารณายกเว้นคุณสมบัติของผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนได้เป็นรายกรณีไป โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งกำหนดว่า “ในกรณีมีเหตุจำเป็น รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการจะประกาศให้โรงเรียนใดได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ในเรื่องใดก็ได้” คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้เคยเห็นชอบกรณีการยกเว้นคุณสมบัติของเจ้าอาวาสซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนาตามมาตรา ๒๑ (๓) คือ ไม่ต้องสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีแล้ว

รับทราบ ระเบียบวาระเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติม

1. คณะกรรมการ กช. ชี้แจงวาระในการพิจารณาเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการขอใบ ปพ. 1 สำหรับโรงเรียนเอกชนในพื้นที่ต่างจังหวัดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วมาขึ้นในการขอฯ ต่อไปในอนาคต
2. คณะกรรมการ กช. ชี้แจงวาระในการพิจารณาเพิ่มเติมให้แก่ สช. ในการขอความร่วมมือในการชี้แจงการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโรงเรียนเอกชน แก่เทศบาล/ตำบลในพื้นที่ที่ดูแล ในการจ่ายภาษีจากร้อยละ 100 เป็นร้อยละ 90 แทน ทั้งนี้เนื่องจากกฎหมายในปัจจุบันมีการปรับแก้ภาษีดังกล่าวเป็นร้อยละ 90 แล้ว แต่บ้างพื้นที่ยังคงมีการเป็นในอัตราเต็มจำนวนเดิมอยู่
3. เห็นชอบ ให้คณะอนุกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ฝ่ายต่างๆ ปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน ทั้งนี้จนกว่าจะมีการจัดตั้งอนุคณะกรรมการ ชุดใหม่ และที่ประชุมได้มอบหมายให้ สช. เสนอคณะกรรมการ กช. เพื่อพิจารณาการแต่งตั้งอนุกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ชุดใหม่ ในการประชุมครั้งต่อไป เนื่องจากในที่ประชุมคณะกรรมการ ชุดใหม่ ได้แจ้งว่า คณะอนุกรรมการ ฯ ชุดเดิม ได้หมดวาระไปพร้อมกับคณะกรรมการ กช. ชุดเดิม เมื่อเดือนธันวาคม 2564 ไปแล้ว

ทั้งนี้ คณะกรรมการ กช. ได้แจ้งให้ฝ่ายเลขานุการจัดทำปฏิทินกำหนดวันและเวลาในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ประจำปี 2565 โดยนัดหมายการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ครั้งที่ 2/2565 ต่อไปอีกด้วย

ฐิติวัจน์ ชัยกิมานนท์ : ภาพ
ขวัญข้าว แสนบ่อ : ข่าว
ประกาย ศรีจันทึก : เรียบเรียง/ประสานสื่อ
ประชาสัมพันธ์ สช.

https://www.pourhauslakewood.com