Menu Close

เลขาธิการ กช. ร่วมเป็นสักขีพยาน MOU ในการส่งเสริมสนับสนุนการใช้หลักสูตรสมรรถนะของโรงเรียนนอกระบบในโรงเรียนสู่การนับหน่วยกิตของโรงเรียนเอกชนในระบบของพื้นที่ต้นแบบจังหวัดภูเก็ต ภายหลังเข้าร่วมการเสวานาการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน

(2 ก.ค 2565) นายพีรศักดิ์ รัตนะ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) ร่วมเป็นสักขีพยานในการร่วมลงนามความร่วมมือ MOU ในการส่งเสริมสนับสนุนการใช้หลักสูตรสมรรถนะของโรงเรียนนอกระบบในโรงเรียนสู่การนับหน่วยกิตของโรงเรียนในระบบ ระหว่างโรงเรียนเอกชนในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 6 โรงเรียน และร่วมการเสวานาในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน ภายหลังจังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่องในการปรับหลักสูตรสมรรถนะ โดยมีนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา นายประยูร หรั่งทรัพย์ รองเลขาธิการ กช. นางสาวพัชรี เชาว์พลกรัง ศึกษาธิการจังหวัดภูเก็ต นายศาสวัส หลิมพานิชย์ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนนอกระบบภูเก็ต ผู้แทนจากหอการค้าจังหวัดภูเก็ต ข้าราชการและผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมฯ ณ โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

นายพีรศักดิ์ กล่าวว่า ตนในฐานะตัวแทนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาโรงเรียนเอกชนทั้งในระบบ และนอกระบบ มีความยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนากำลังคนในการพัฒนาประเทศ โดย สช. ได้ดำเนินการร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายการจัดการศึกษาเอกชน ประกอบด้วย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สมาคมการศึกษาเอกชนต่าง ๆ ส่งเสริมและพัฒนากำลังคนคุณภาพ เพื่อให้มีงานทำ และส่งเสริมการพัฒนากำลังคนโรงเรียนเอกชนให้มีคุณวุฒิวิชาชีพ ภายใต้บริบทของประเทศที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีความซับซ้อนหลายมิติ ดังนั้นการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานจะเป็นการนำไปสู่การส่งเสริมและสนับสนุนให้โรงเรียนเอกชนนอกระบบผลิตและพัฒนากำลังคนทั้งในด้าน Upskill และ Reskill ตอบสนองการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ พร้อมทั้งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ไปสู่เป้าหมายสำคัญในการพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ เพื่อให้คนไทยมีความพร้อมในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต และเป็นกำลังแรงงานคุณภาพ

“การบูรณาการความร่วมมือในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนากำลังคน สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนในการประชุมครั้งนี้ คือ 1) ส่งเสริมการผลิตและพัฒนากำลังคนตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน 2) การส่งเสริมพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ/มาตรฐานฝีมือแรงงานตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และ 3) การบูรณาการความร่วมมือระหว่างโรงเรียนในระบบและโรงเรียนนอกระบบ ในการจัดการศึกษาเพื่อประโยชน์ของผู้เรียน ในการสนับสนุนการใช้หลักสูตรของโรงเรียนนอกระบบของจังหวัดภูเก็ต สำหรับพัฒนาให้ผู้เรียนได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพตรงตามความถนัดของตนเองเพื่อให้การบริหารจัดการการบูรณาการการศึกษา สอดคล้องและเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน”

ทั้งนี้ตนได้ร่วมเป็นสักขีพยายในการร่วมลงนามความร่วมมือ (MOU) ในการส่งเสริมสนับสนุนการใช้หลักสูตรสมรรถนะของโรงเรียนนอกระบบในโรงเรียนสู่การนับหน่วยกิตของโรงเรียนในระบบ เพื่อพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม ตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเชียน และตามมาตรฐานสากล ระหว่างโรงเรียนเอกชนในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 6 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนในเครือขจรเกียรติ, โรงเรียนภูเก็ดไทยหัวอาเซียนวิทยา, โรงเรียนดาราสมุทรภูเก็ต, โรงเรียนดาวรุ่งวิทยา, โรงเรียนพุทธมงคลนิมิตร และโรงเรียนมุสลิมวิทยาภูเก็ต ขึ้นเพื่อให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษา พัฒนาไปสู่โรงเรียนในระบบ, อาชีวศึกษาและระดับอุคมศึกษา ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนนอกระบบ เช่น โรงเรียนสอนดนตรี-ขับร้อง โรงเรียนสอนตัดผม ตัดเย็บ โรงเรียนสอนบัลเล่ย์ โรงเรียนสอนมวย โรงเรียนสอนขับรถ โรงเรียนสอนนวดสปา สู่ตลาดอาชีพสากลระหว่างประเทศได้ต่อไป

สำหรับการเสวนาในการประชุมฯ นั้น ตนเล็งเห็นว่ากรอบคุณวุฒิแห่งชาติเป็นกลไกที่สำคัญต่อการปฏิรูปการศึกษา ด้วยการเชื่อมโยงความต้องการกำลังคนเชิงคุณภาพของภาคการผลิตและบริการกับระบบคุณวุฒิทางการศึกษาให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกอาชีพ ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเพิ่มโอกาสการศึกษาที่จำเป็นต่อการสร้างศักยภาพกำลังคน ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยการขับเคลื่อนงานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติสู่การปฏิบัติจำเป็นต้องพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ เป็นไปตามหลักการของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ รวมถึงสามารถเทียบระดับคุณวุฒิได้กับระดับคุณวุฒิแห่งชาติ ซึ่งในการดำเนินงานที่ผ่านมา สช. และหน่วยงานภาคีเครือข่ายการจัดการศึกษาเอกชน ได้ขับเคลื่อนงานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติในการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติในสาขาอาชีพที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อผลักดันให้เกิดการปรับปรุง/พัฒนาหลักสูตร ให้สอดคล้องและยึดโยงกับมาตรฐานอาชีพตามหลักการของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ทั้งนี้ สกศ. จึงได้บูรณาการความร่วมมือกับ สช. และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดภูเก็ต ในการพัฒนากำลังคนที่อยู่นอกระบบการศึกษาด้วยหลักสูตรการฝึกอบรมที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ซึ่งเป็นภารกิจภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและพัฒนากำลังคนคุณภาพ เพื่อการมีงานทำ โดยมีจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดต้นแบบในการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ และสามารถเป็นต้นแบบที่มีศักยภาพในการขยายผลการขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรมด้วย นายพีรศักดิ์ กล่างทิ้งท้าย

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน ในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2565 โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งผู้บริหาร ผู้รับใบอนุญาต และครูแกนนำโรงเรียนเอกชนนอกระบบ โรงเรียนเอกชนในระบบจังหวัดภูเก็ต สมาคมโรงเรียนเอกชนนอกระบบภูเก็ต สมาคมโรงเรียนเอกชนนอกระบบภูเก็ต ผู้บริหาร ข้าราชการ/เจ้าหน้าที่ สช. และ สกศ. อีกทั้งผู้ทรงคุณวุฒิ รวมจำนวนทั้งสิ้น 70 คน

ประชาสัมพันธ์ สช.

https://www.pourhauslakewood.com