เลขาธิการ กช.

ผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ครั้งที่ 8/2563

เมื่อวันที่ 26 ส.ค.63 นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนครั้งที่  8  ประจำปี 2563 โดยมีนายพะโยม ชิณวงศ์ หัวหน้าคณะทำงาน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ  รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน นายธวัช เบญจาทิกุล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนจากสำนักงบประมาณ ผู้แทนสมาคมจากภาคเอกชน ซึ่งเป็นคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมวิเวก ปางพุฒิพงศ์ ชั้น 2 อาคาร สช. โดยมีสรุปผลการประชุมที่สำคัญๆ ดังนี้

รับทราบ ผลการปฏิบัติงานตามมติที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

  1. จากการประชุม กช. ครั้งที่ 4/2563 เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2563 ที่ประชุมมีมติให้ สช. ติดตามความคืบหน้าการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้กับโรงเรียนนอกระบบ นั้น ขณะนี้ กระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือตอบประเด็นดังกล่าวแล้ว โดยจะนำเสนอให้ที่ประชุมทราบในระเบียบวาระต่อไป
  2. จากการประชุม กช. ครั้งที่ 7/63 เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2563 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนครู บุคลากรทางการศึกษา และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนเอกชน พ.ศ. …. นั้น ขณะนี้ สช. ได้จัดเรื่องเสนอ รมว.ศธ. แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาลงนาม
  3. จากการประชุม กช. ครั้งที่ 7/2563 เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2563 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. นั้น ขณะนี้ สช. ได้จัดทำเรื่องเสนอรมว.ศธ. ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาลงนาม

รับทราบ ข้อมูลจำนวนโรงเรียนเอกชน ประจำเดือนสิงหาคม 2563

               โรงเรียนในระบบ  รวมจำนวน 4,110 โรง (รวมจัดตั้งใหม่ 3 โรง)

  1. ประเภทสามัญศึกษา    3,884  โรง
  2. ประเภทนานาชาติ         226  โรง  (จัดตั้งใหม่ 3 โรง)

               โรงเรียนนอกระบบ รวมจำนวน 10,097 โรง (รวมจัดตั้งใหม่ 3 โรง เลิกกิจการ 80 โรง)

  1. ประเภทสอนศาสนา                 190 โรง
  2. ประเภทศิลปะและกีฬา             761 โรง  (เลิกกิจการ 1 โรง)
  3. ประเภทวิชาชีพ                   3,698 โรง  (จัดตั้งใหม่ 1 โรง  เลิกกิจการ 33 โรง)
  4. ประเภทกวดวิชา                  2,551 โรง  (จัดตั้งใหม่ 2 โรง  เลิกกิจการ 42 โรง)
  5. ประเภทเสริมสร้างทักษะชีวิต       245 โรง  (เลิกกิจการ 4 โรง)
  6. สถาบันศึกษาปอเนาะ               517 โรง
  7.        ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา)   2,135 โรง

รับทราบ ผลการตรวจติดตามการดำเนินกิจการของโรงเรียนเอกชนนอกระบบ

ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้แต่งตั้งคณะทำงานตรวจติดตามมาตรการรองรับการเปิดเรียนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และตรวจติดตามการดำเนินกิจการของของโรงเรียนเอกชนทั้งในส่วนกลางและในส่วนภูมิภาค รวมจำนวนประมาณ 1,000 คณะทั่วประเทศ นั้น

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนเห็นควรรายงานผลการตรวจติดตามการดำเนินกิจการของโรงเรียนเอกชนนอกระบบ 5 ประเภท (ให้คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้รับทราบ (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ก.ค. 2563) ดังนี้

  • โรงเรียนเอกชนนอกระบบที่ยังเปิดกิจการปกติ 4,152 โรง
  • รอเพิกถอนใบอนุญาต 3,363 โรง
  • ข้อมูลไม่ update 13 โรง
  • เลิกกิจการแล้ว 13 โรง

โดยจากการตรวจติดตามของคณะทำงานพบปัญหาต่างๆ เช่น สถานที่ที่แจ้งขอจัดตั้งโรงเรียนนั้น ปัจจุบันไม่มีสภาพเป็นโรงเรียนแล้ว มากถึง 3,330 โรง ไม่มีข้อมูลในทะเบียนกลาง 112 โรง ย้ายที่ตั้งโดยไม่ขออนุญาต 23 โรง และรหัสโรงเรียนไม่ถูกต้อง 11 โรง ทั้งนี้ สช.จะเร่งจัดทำฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบันโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการแก้ปัญหาในเรื่องอื่นๆ ทั้งนี้ สช. จะดำเนินการแจ้งโรงเรียนที่ไม่ได้ประกอบกิจการแล้วเกินกว่า 90 วัน ให้มาติดต่อขอเลิกกิจการกับ สช. ภายใน 30 วัน นับแต่วันรับแจ้ง หากไม่ติดต่อมา สช. จะสั่งเพิกถอนใบอนุญาต แล้วจัดทำเป็นประกาศแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน เพื่อมิให้มีผู้ใดนำชื่อโรงเรียนไปแอบอ้างหรือกระทำการใดที่จะเสื่อมเสียชื่อเสียงหรือส่งผลกระทบต่อการศึกษาเอกชนต่อไป

รับทราบ การแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมโรงเรียนในระบบ

สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดลำปาง ได้มีคำสั่งที่ 334/2563 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมโรงเรียนสมฤทัยวิทยาลำปาง สั่ง ณ วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2563 ด้วยเหตุโรงเรียนสมฤทัยวิทยาลำปางได้หยุดประกอบกิจการและได้ยื่นคำร้องเพื่อขอเลิกกิจการโรงเรียนในระบบต่อผู้อนุญาต ตามหนังสือคำร้อง ที่ ส.ท. 009/2563 ลงวันที่ 28 มกราคม 2563 แต่เนื่องจากคำร้องขอเลิกกิจการ นางอัจฉราพร พรหมจรรย์ ผู้รับใบอนุญาต ถูกศาลล้มละลายกลางพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2561 และมิได้โอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบไปยังผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่
ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม จึงมีเหตุจำเป็นที่ผู้อนุญาตจะต้องสั่งควบคุมโรงเรียนในระบบ เพื่อให้การดำเนินกิจการของโรงเรียนเป็นไปตามกฎหมาย และไม่เกิดความเสียหายหรือส่งผลกระทบต่อนักเรียน ครู และผู้ปกครอง หรือประโยชน์สาธารณะในเรื่องเกี่ยวกับการเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับโรงเรียน

รับทราบ การยกเลิกคำสั่งควบคุมโรงเรียนในระบบ

สช. ขอรายงานให้ คณะกรรมการทราบถึงการยกเลิกคำสั่งควบคุมโรงเรียนในระบบ จำนวน 2 โรงเรียน ดังนี้

  1. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสระแก้ว ได้มีคำสั่ง ที่ 85/2563 ลงวันที่ 3 เม.ย. 2563 เรื่อง ให้โรงเรียนอนุบาลวัฒนานคร งดรับนักเรียนใหม่ และอยู่ในความควบคุม เนื่องจากโรงเรียนไม่ได้ดำเนินกิจการตาม พรบ.โรงเรียนเอกชน และได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมโรงเรียน เพื่อปฏิบัติหน้าที่แทนคณะกรรมการบริหาร และดำเนินกิจการของโรงเรียนเป็นการชั่วคราว ขณะนี้ คณะกรรมการควบคุมเห็นว่า ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนอนุบาลวัฒนานคร ไม่สามารถดำเนินการกิจการโรงเรียนได้ตามที่คณะกรรมการแนะนำ ประกอบกับขาดสภาพคล่องในการบริหารงาน จึงมีมติให้เพิกถอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียน ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2563 เป็นต้นไป
  2. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชัยภูมิได้มีคำสั่งให้โรงเรียนอนุบาลบ้านสิทธิวงศ์ อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ อยู่ในความควบคุมของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชัยภูมิ ด้วยเหตุการยื่นคำขอรับโอน นางสาวกนกวรรณ สิทธิวงศ์ ไม่ปรากฏหลักฐานที่แสดงว่า โรงเรียนได้รับการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดิน หรือสิทธิเหนือพื้นดิน หรือสิทธิเก็บกินหรือสิทธิการเช่าตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อประกอบคำขอโอนและรับโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบ บัดนี้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมโรงเรียนอนุบาลบ้านสิทธิวงศ์ อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ เห็นว่าเหตุแห่งการควบคุมดังกล่าวข้างต้น ได้รับการแก้ไขเป็นการเรียบร้อยแล้ว สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชัยภูมิ จึงได้มีคำสั่งที่ 357/2563 เรื่อง ยกเลิกคำสั่งควบคุมโรงเรียนอนุบาลบ้านสิทธิวงศ์ อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ สั่ง ณ วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2563

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนจึงขอรายงานให้ที่ประชุมทราบเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชนฯ มาตรา ๑๐๐ วรรคสองซึ่งกำหนดว่า เมื่อยกเลิกคำสั่งควบคุมโรงเรียนในระบบแล้ว ให้ผู้อนุญาตรายงานให้คณะกรรมการทราบ

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีโรงเรียนเอกชนในระบบที่ยังอยู่ในความควบคุมของ สช. และ ศธจ. จำนวน 2 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และโรงเรียนสมฤทัยวิทยาลำปาง

รับทราบ ผลการขอลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และยกเว้นภาษีป้ายเพื่อช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนนอกระบบ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

ตามที่ กระทรวงศึกษาธิการได้มีหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การขอลดหย่อนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และยกเว้นภาษีป้ายเพื่อช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนนอกระบบในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 นั้น

กระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ มท 0808.3/11583 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2563 แจ้งกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้

  1. การจัดเก็บภาษีประจำปี พ.ศ. 2563 ตามพระราชกฤษฎีกาลดภาษีสำหรับที่ดิน
    และสิ่งปลูกสร้างบางประเภท พ.ศ. 2563 ได้กำหนดให้ลดจำนวนภาษีในอัตราร้อยละ 90 ของจำนวนภาษีที่คำนวณได้ประจำปีภาษี พ.ศ. 2563 ดังนั้น ปัจจุบันโรงเรียนเอกชนนอกระบบทุกประเภทจึงได้รับการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราร้อยละ 90 สำหรับการจัดเก็บภาษีประจำปี พ.ศ. 2563 ตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนนอกระบบในปีต่อๆ ไป จึงได้ส่งข้อเสนอของกระทรวงศึกษาธิการให้กระทรวงการคลังเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาลดภาษีฯ ให้แก่โรงเรียนเอกชนนอกระบบต่อไปแล้ว
  2. ตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 กำหนดให้ป้ายของโรงเรียนเอกชนได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเฉพาะป้ายชื่อโรงเรียนเอกชน ไม่รวมถึงป้ายโฆษณาของโรงเรียนเอกชน การขอยกเว้นภาษีป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ในพื้นที่โรงเรียนจึงไม่อาจทำได้ เว้นแต่จะต้องดำเนินการแก้ไขกฎหมาย ทั้งนี้ กรณีป้ายโฆษณาของโรงเรียนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษา ให้ความรู้ และสร้างความเข้าใจในเรื่องต่างๆ โดยไม่ได้เจตนาเพื่อหารายได้ จะไม่ถือเป็นป้ายตามพระราชบัญญัติภาษีป้ายฯ ที่จะต้องเสียภาษีแต่อย่างใด

จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ เพื่อเป็นข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในขณะนี้

รับทราบ ผลสถานะกองทุนสงเคราะห์

ผู้อำนวยการกองทุนสงเคราะห์ ได้รายงานผลสถานะกองทุนสงเคราะห์ให้คณะกรรมการได้รับทราบ ประจำเดือน มิถุนายน 2563 โดยมีสรุปรวมสินทรัพย์ทั้งสิ้น 28,216,915,052.00 บาท แบ่งเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน 16,656,906,740.57 บาท และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 11,560,008,311.43 บาท ทั้งนี้ ได้รายงานสรุปรายรับ-รายจ่าย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 – 30 มิถุนายน 2563 ว่า มีรายรับ 39,867,967.32 บาท และมีรายจ่าย 36,808,794.87 บาท โดยสรุปได้ว่ามีรายรับสูงกว่ารายจ่าย จำนวน 3,059,181.45 บาท

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการกองทุนสงเคราะห์ ยังได้แจ้งสรุปข้อมูลจำนวนโรงเรียนที่ขาดส่งเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ อยู่ 134 โรงเรียน มีจำนวนเงินต้นที่ยังไม่ได้ชำระ จำนวน 32,708,114.46 บาท และจำนวนเงินเพิ่มที่ยังไม่ได้ชำระ จำนวน 23,086,356.48 บาท โดย ผอ.กองทุนสงเคราะห์แจ้งว่ามีหลายโรงเรียนที่ค้างชำระส่งเงินสมทบอยู่หลายงวด ตรวจสอบพบว่าบางโรงเรียนปิดกิจการไปแล้ว จึงขอให้ทาง สช. จัดส่งข้อมูลโรงเรียนที่ปิดกิจการให้ทางกองทุนสงเคราะห์ เพื่อจะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

นอกจากนี้ ผอ.กองทุนสงเคราะห์ยังได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงรายงานสรุปโครงการพัฒนาโปรแกรมตรวจสอบข้อมูลเงินสะสมและเงินสมทบของสมาชิกผ่านเว็บไซต์กองทุนสงเคราะห์ว่า ขณะนี้ ได้มีพัฒนาโปรแกรมดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว และจะพร้อมเปิดให้ใช้งานได้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 นี้ ซึ่งในอนาคต จะมีการเชื่อมโยงข้อมูลของกองทุนสงเคราะห์เข้ากับฐานข้อมูลทะเบียน ของ สช. เพื่อเป็น Platform ที่ตอบสนองและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับสมาชิก โดยวางแผนไว้ว่าระบบดังกล่าวจะเสร็สมบูรณ์ ภายในเดือนมีนาคม 2564

เห็นชอบ ร่างคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มอบอำนาจการอนุญาตหลักสูตรโรงเรียนนอกระบบให้เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ผู้ว่าราชการจังหวัด และศึกษาธิการจังหวัดปฏิบัติราชการแทน

สช. เห็นสมควรทบทวนการมอบอำนาจการอนุมัติหลักสูตรโรงเรียนนอกระบบ ประเภทศิลปะและกีฬา วิชาชีพ และสร้างเสริมทักษะชีวิต เพื่อให้กระบวนการขั้นตอนการปฏิบัติงานเกิดความคล่องตัว  ตอบสนองความต้องการของประชาชน และผู้รับบริการ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค สอดคล้องกับโครงสร้างการบริหารงานของ ศธ. และสภาวการณ์ปัจจุบัน จึงได้ยกร่างคำสั่งการมอบอำนาจการอนุญาตหลักสูตรโรงเรียนเอกชนนอกระบบ เพื่อมอบอำนาจการพิจารณาอนุญาตหลักสูตรประเภทศิลปะและกีฬา ประเภทวิชาชีพ และประเภทสร้างเสริมทักษะชีวิตของโรงเรียนนอกระบบที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน ให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งต่อไปนี้ ปฏิบัติราชการแทน

  1. เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำหรับโรงเรียนนอกระบบ ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร
  2. ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล และผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา สำหรับโรงเรียนนอกระบบที่ตั้งอยู่
    ในจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา
  3. ศึกษาธิการจังหวัดที่โรงเรียนนอกระบบนั้นตั้งอยู่ ยกเว้นกรุงเทพมหานคร จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้ กลุ่มนิติการ ของ สช. มีหนังสือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อพิจารณาเรื่องการมอบอำนาจฯแก่ สช. จังหวัด สำหรับการพิจารณาอนุญาตฯ ใน  5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา ต่อไป

อนึ่ง ที่ประชุมได้นัดหมายการประชุมครั้งถัดไป ในวันพุธที่ 23 กันยายน 2563 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2 อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

ประกาย ศรีจันทึก / ข่าว

ฐิติวัจน์ ชัยกิมานนท์ / ภาพ

ประชาสัมพันธ์ สช.