เลขาธิการ กช.

การประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ครั้งที่ 6/2563

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 63 นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ครั้งที่ 6 ประจำปี 2563 โดยมีนายพะโยม ชิณวงศ์ หัวหน้าคณะทำงาน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนจากสำนักงบประมาณ ผู้แทนสมาคมจากภาคเอกชน ซึ่งเป็นคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีสรุปผลการประชุมที่สำคัญๆ ดังนี้

  • รับทราบ รายงานการสำรวจความประสงค์ของโรงเรียนเอกชนให้ชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาปฏิบัติงานในฐานะครูผู้สอนหรือบุคลากรทางการศึกษา

               จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลกระทบต่อ
ชาวต่างประเทศซึ่งต้องเดินทางเข้ามาปฏิบัติงานในฐานะครูผู้สอนหรือบุคลากรทางการศึกษาที่โรงเรียนเอกชน กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ประชุมปรึกษาหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2563 ซึ่งที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นควรให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ดำเนินการรวบรวมรายชื่อชาวต่างประเทศที่โรงเรียนประสงค์จะให้เข้ามาเป็นครูโรงเรียนเอกชนในระบบ ประเภทนานาชาติ เพื่อเสนอให้กระทรวงการต่างประเทศพิจารณาต่อไป

               สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้ดำเนินการแจ้งให้โรงเรียนเอกชนในระบบ ประเภทนานาชาติ ที่มีความประสงค์ให้ชาวต่างประเทศเดินทางจากต่างประเทศเข้ามาเป็นครูโรงเรียนเอกชนในระบบ ประเภทนานาชาติ กรอกแบบสำรวจข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ และรวบรวมรายชื่อชาวต่างชาติที่โรงเรียนมีความประสงค์ให้เข้ามาเป็นครูโรงเรียนเอกชน พร้อมทั้งจัดส่งข้อมูลให้กระทรวงการต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย ครู 1,456 คน  ผู้ติดตาม 740 คน รวม 2,196 คน ขณะนี้ อยู่ระหว่างแจ้งให้โรงเรียนเอกชนประเภทสามัญศึกษา กรอกแบบสำรวจข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ของสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรวบรวมข้อมูลเป็นภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งกระทรวงต่างประเทศพิจารณาดำเนินการต่อไป

  • รับทราบ รายงานผลการรับมอบหน้ากากอนามัยจากกระทรวงสาธารณสุขให้แก่สถานศึกษา ในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร

               กระทรวงสาธารณสุขได้จัดพิธีมอบหน้ากากอนามัยให้แก่สถานศึกษาในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร เมื่อวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2563 ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร อาคาร 1 ชั้น 2 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประธานในพิธีได้มอบหน้ากากอนามัยให้แก่โรงเรียนในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร 3 หน่วยงาน ได้แก่ โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน โดยมี ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้รับมอบหน้ากากอนามัยดังกล่าว จำนวน 100,000 ชิ้น มาเพื่อแจกจ่ายให้กับโรงเรียนในสังกัดต่อไป โดยจะจัดสรรหน้ากากอนามัยให้แก่โรงเรียนเอกชนที่รับเงินอุดหนุนในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร ตามสัดส่วนจำนวนนักเรียนแต่ละโรงเรียน สำหรับโรงเรียนเอกชนในต่างจังหวัด สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้รับแจ้งว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะดำเนินการมอบหน้ากากอนามัยให้แก่โรงเรียนในเขตพื้นที่จังหวัดต่อไป

  • รับทราบ รายงานการตรวจติดตามมาตรการรองรับการเปิดเรียนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ

               ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การเปิดเรียนของสถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ให้เปิดเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 โดยให้สถานศึกษาจัดให้มีการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินสืบเนื่องจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยดีขึ้นตามลำดับ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติผ่อนคลายการบังคับใช้บางมาตรการในระยะต่างๆ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง ดังนี้

               (1)  ให้โรงเรียนนอกระบบประเภทวิชาชีพ และประเภทศิลปะและกีฬา (เฉพาะประเภทกีฬาที่ผ่อนคลายให้ทำกิจกรรมได้) ใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอนหรือฝึกอบรม ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 โดยพิจารณาจำนวนนักเรียนต่อห้องเรียน ความพร้อมความสามารถในการจัดการศึกษาที่มีความยืดหยุ่น การจัดสถานที่และระบบต่างๆ ให้สอดคล้องกับมาตรการป้องกันโรค

               (2)  ให้โรงเรียนนานาชาติ หรือสถาบันการศึกษาหลักสูตรนานาชาติ และโรงเรียนนอกระบบประเภทกวดวิชา ใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอน ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2563

               (3)  ให้โรงเรียนที่มีนักเรียนไม่เกิน 120 คน ใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอน ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2563 โดยในระหว่างวันที่ 15 – 30 มิถุนายน 2563 เป็นการใช้อาคารสถานที่ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสุขอนามัย ความปลอดภัย รวมทั้งความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนเพื่อเปิดเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563

               (4)    ให้ใช้อาคารสถานที่ของส่วนราชการในสังกัดและหน่วยงานในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อการอบรม สัมมนาในหลักสูตรอบรมที่หน่วยงานจัดขึ้น ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2563

               สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้แต่งตั้งคณะทำงานตรวจติดตามมาตรการรองรับการเปิดเรียนในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของโรงเรียนเอกชน เพื่อดำเนินการสำรวจความพร้อมของโรงเรียนเอกชนก่อนเปิดภาคเรียนในกรุงเทพมหานคร และกำกับดูแลให้โรงเรียนเอกชนในพื้นที่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด  พร้อมทั้งประเมินตนเองตามแบบประเมินตนเอง (Self Assessment) สำหรับกิจการโรงเรียน และให้โรงเรียนแสดงผลการประเมินตนเองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่จะออกติดตามการปฏิบัติตามมาตรการต่อไป จึงนำเสนอรายงานการตรวจติดตามมาตรการรองรับการเปิดเรียนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของโรงเรียนเอกชนในกรุงเทพมหานครให้คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้รับทราบ

               สำหรับในส่วนภูมิภาคได้มอบหมายให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงานตรวจติดตามมาตรการรองรับการเปิดเรียนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รวมจำนวนประมาณ 1,000 คณะทั่วประเทศ ขณะนี้ อยู่ระหว่างประมวลผลข้อมูลการตรวจติดตามมาตรการรองรับการเปิดเรียนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วจะรายงานให้คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนทราบต่อไป

  • รับทราบ รายงานการตอบข้อหารือของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

               ตามที่คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้มีมติมอบหมายสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนมีหนังสือหารือปัญหาข้อกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดังนี้

               1.  การแต่งตั้งรองผู้อำนวยการโรงเรียนเอกชนในระบบ

               2.  อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการควบคุม ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔

          ในการนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 8) ได้พิจารณาข้อหารือดังกล่าวและมีความเห็นตามบันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว โดยมีผลการวินิจฉัยพบว่า
คณะกรรมการควบคุม มีอำนาจแทนคณะกรรมการบริหารโรงเรียนเอกชนทุกประการ รวมถึงมีอำนาจที่จะลงมติเพื่อดำเนินกิจการของโรงเรียนทั้งหมด และในส่วนข้อกฎหมายใดที่เขียนให้เป็นอำนาจของผู้รับใบอนุญาต หากคณะกรรมการควบคุมมีมติในเรื่องใด ผู้รับใบอนุญาตก็ต้องปฏิบัติมติดังกล่าวด้วย

  • รับทราบ รายงานผลสถานะกองทุนสงเคราะห์

               นายประสงค์ ชาญวิทย์การ ผู้อำนวยการกองทุนสงเคราะห์ เป็นผู้รายงานผลสถานะกองทุนสงเคราะห์ประจำเดือนให้คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้รับทราบ ทั้งนี้ ประธานการประชุม ได้สั่งการให้กองทุนสงเคราะห์สงเคราะห์ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงเว็บไซต์ของหน่วยงานให้ข้อมูลเป็นปัจจุบัน มีความทันสมัย ตอบโจทย์การใช้งาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ขอรับบริการหรือผู้ที่ต้องการติดต่อหน่วยงาน

  • เห็นชอบ การพิจารณาปรับปรุงแก้ไขประกาศการดำเนินงานของกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียน

               ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้ดำเนินการเพิ่มเติมประกาศการดำเนินงานของกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียน เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนในระบบที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และ สาธารณภัย ให้สามารถกู้ยืมเงินและยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบได้ โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนในการประชุมครั้งที่ 4/2563 เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2563 คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ ในการประชุมครั้งที่ 2/2563 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2563 และคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนในการประชุมครั้งที่ 5/2563 เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2563 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ลงนามใน 1) ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกู้ยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียน พ.ศ. 2563 และ 2) ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบสำหรับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียน พ.ศ. 2563 เรียบร้อยแล้ว นั้น

               สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนจึงแจ้งต่อที่ประชุมว่า

               1.  สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้มีคำสั่ง ที่ 253/2563 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานกลั่นกรองคำขอกู้ยืมเงินและคำขอยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบเพื่อพัฒนาคุณภาพ การเรียนการสอนในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียน สั่ง ณ วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 เพื่อทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองคำขอกู้ยืมเงินและคำขอยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียนของโรงเรียนที่ขอกู้ยืมเงินและขอยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียน

               2.  คณะทำงานกลั่นกรองคำขอกู้ยืมเงินและคำขอยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียน ในการประชุมครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2563 ได้พิจารณากลั่นกรองคำขอกู้ยืมเงินและคำขอยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียนของโรงเรียนที่ยื่นคำขอกู้ยืมเงินและคำขอยืมเงินฯ และพบประเด็นที่เห็นควรต้องมีการปรับปรุงแก้ไขในประกาศการดำเนินงานของกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียน เพื่อให้กองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบสามารถช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนในระบบที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 และสาธารณภัยได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง ดังนี้

                   2.1  ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกู้ยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียน พ.ศ. 2563 ควรต้องมีการปรับปรุงแก้ไขในประเด็น ดังนี้

                         (1)  วงเงินให้กู้ยืมเงินหรือยืมเงิน จาก “500,000 บาท” เป็น “1,000,000 บาท”

                         (2)  กำหนดระยะเวลาการชำระหนี้ จาก “1 ปี” เป็น “2 ปี”

                         (3)  ความสามารถในการชำระหนี้ กรณีโรงเรียนที่ได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคลในอัตรา 70% ให้นำค่าธรรมเนียมการศึกษาที่โรงเรียนได้รับเพิ่มจากผู้ปกครองอีก 30 % มารวมพิจารณาในส่วนของความสามารถในการชำระหนี้ด้วย

                         (4)  กรณีโรงเรียนในระบบประเภทอาชีวศึกษา ให้ชำระหนี้เป็นรายไตรมาส

                         (5)  ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย  (สำหรับเงินกู้ยืม)  จาก “ให้คิดดอกเบี้ยไม่เกินอัตราร้อยละ 4 ต่อปี” เป็น “ให้คิดดอกเบี้ยไม่เกินอัตราร้อยละ 2 ต่อปี”

                   2.2  ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบสำหรับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียน พ.ศ. 2563 ควรต้องมีการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกับประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกู้ยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียน พ.ศ. 2563 ในประเด็น ดังนี้

                         (1)  วงเงินให้กู้ยืมเงินหรือยืมเงิน จาก “500,000 บาท” เป็น “1,000,000 บาท”

                         (2)  กำหนดระยะเวลาการชำระหนี้ จาก “1 ปี” เป็น “2 ปี”

               ทั้งนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกู้ยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….และร่างประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบสำหรับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ฝ่ายกฎหมาย ในการประชุมครั้งที่ 9/2563 เมื่อวันที่19 มิถุนายน 2563 เรียบร้อยแล้ว

               ในการนี้ ฝ่ายเลขานุการแจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงการนัดหมายประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ครั้งที่ 7/2563 ในวันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2 อาคาราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

ประกาย ศรีจันทึก / ข่าว

ศิริญญา เหมวัชรสุวรรณ / ภาพ

ประชาสัมพันธ์ สช.