Menu Close

รองเลขาธิการ กช. ลงพื้นที่ตรวจราชการและมอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนจังหวัดสระแก้ว

          (6 ตุลาคม 2564) ดร.ประยูร หรั่งทรัพย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (รองเลขาธิการ กช.) ร่วมประชุมในคราวลงพื้นที่ตรวจราชการและมอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนจังหวัดสระแก้ว ณ โรงเรียนดาราสมุทร สระแก้ว จังหวัดสระแก้ว โดยมี นางสาวกมลวรรณ กลั่นเกลี้ยง รองศึกษาธิการจังหวัดสระแก้ว ดร.โสภิณ วิริยะพาณิชย์ ประธาน ปส.กช. จังหวัดสระแก้ว นางปวีณา ศุขวัฒน์ ประธาน ปส.กช.นอกระบบจังหวัดสระแก้ว และผู้บริหารโรงเรียนเอกชนในพื้นที่จังหวัดสระแก้วเข้าร่วมการประชุม

          ดร.ประยูร หรั่งทรัพย์ รองเลขาธิการ กช. กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมว่า ตนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเดินทางมาตรวจราชการ และได้พบกับทุกท่านในวันนี้ และได้นำความห่วงใยจากนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ดร.คุณหญิงกัลยาโสภณพนิช ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) มาถึงชาวโรงเรียนเอกชนด้วย ด้วยสืบเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมที่สร้างความเสียหายให้แก่โรงเรียนเอกชนไปแล้วในหลายจังหวัด ถึงแม้ว่าในพื้นที่จังหวัดสระแก้วในตอนนี้ที่ยังไม่เกิดผลกระทบ แต่อย่างไรก็ตาม ขอให้ติดตามการข่าว และพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมการรับมือหากเกิดสถานการณ์วิกฤตน้ำท่วมขึ้นได้

รองเลขาธิการ กช. กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอบคุณทุกท่านทั้งหลาย ที่ล้วนแล้วแต่มีบทบาทสำคัญในการจัดการศึกษา และการยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาโรงเรียนเอกชนสามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพช่วยแบ่งเบาภาระของภาครัฐในการจัดการศึกษาได้เป็นอย่างดี และขอชื่นชมผู้บริหาร และครูโรงเรียนเอกชน ที่ช่วยกันพัฒนาการศึกษาในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ มีทักษะ และคุณลักษณะที่เหมาะสมกับโลกในศตวรรษที่ 21 และบริบทของสังคมไทย กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เป็นหน่วยงานที่มีนโยบายในการส่งเสริม และสนับสนุนการศึกษาเอกชน ซึ่งตอนนี้ได้ดำเนินการเป็นรูปธรรมแล้วหลายประการ ดังนี้

          1. โครงการให้ความช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา เพื่อบรรเทาผลกระทบของผู้ปกครอง และนักเรียน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยการจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ปกครองและนักเรียนในอัตรา 2,000 บาทต่อคน สช. ได้รับงบประมาณสนับสนุนตามมติคณะรัฐมนตรี จำนวน 4,269,956,000 บาท นักเรียนกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 2,134,978 คน ซึ่ง สช. ได้ดำเนินการเบิกจ่ายเงินให้ผู้ปกครองและนักเรียนเรียบร้อยแล้ว

          ภาพรวมของ สช. เบิกจ่ายแล้วจำนวน 2,134,670 คน เป็นเงิน 4,269,340,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 99.98 ของนักเรียนที่มีสิทธิ์ตามโครงการในส่วนของจังหวัดสระแก้ว ได้ดำเนินการเบิกจ่ายแล้ว จำนวน 10,806 คน เป็นเงิน 21,628,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 100 ของนักเรียนที่มีสิทธิ์ตามโครงการ

          สำหรับกรณีที่นักเรียนบางส่วนได้รับเงินเยียวยาล่าช้า อาจเกิดขึ้นเนื่องจากนักเรียนย้ายสถานที่เรียน ทำให้เกิดรายชื่อนักเรียนซ้ำซ้อน หรือกรณีโรงเรียนส่งรายชื่อมาภายหลังทำให้รายชื่อนักเรียนตกหล่น ซึ่ง สช. ได้ขยายเวลาให้โรงเรียนที่ยังติดต่อกับผู้ปกครองไม่ได้ให้เร่งรัดการจ่ายให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2564 เพื่อให้เงินไปถึงมือผู้ปกครองและนักเรียนครบถ้วนทุกคน

          2. การเตรียมฉีดวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) ให้แก่นักเรียนที่มีอายุ 12 – 17 ปี กระทรวงศึกษาธิการได้ประสานงานกับและกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเตรียมการฉีดวัคซีนให้กับนักเรียนทั่วประเทศ โดยในส่วนของ สช. ได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลนักเรียนโรงเรียนเอกชนที่มีอายุ 12 – 17 ปี เรียบร้อยแล้ว

          ภาพรวมของ สช. มีนักเรียนโรงเรียนเอกชนประสงค์จะรับวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 449,097 คน (จากจำนวนนักเรียนโรงเรียนเอกชนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 6 ทั้งหมด 561,686 คน)

          ในส่วนของจังหวัดสระแก้ว มีนักเรียนโรงเรียนเอกชนประสงค์จะรับวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 2,305 คน (คิดเป็นร้อยละ 86.65) ไม่ประสงค์รับวัคซีน 355 คน (คิดเป็นร้อยละ 13.35) (จากจำนวนนักเรียนทั้งหมด 2,660 คน) ซึ่งจะมีการทยอยจัดสรรวัคซีนล็อตใหม่ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ เพื่อเตรียมการให้นักเรียนได้กลับไปเรียนในโรงเรียนแบบ On Site ต่อไป

          3. การนำร่องเปิดโรงเรียน Sandbox Safety Zone in School สำหรับโรงเรียนประจำและโรงเรียนเอกชนที่มีความพร้อม ซึ่งมีโรงเรียนในระบบประเภทสามัญศึกษา จำนวน 27 โรงเรียน และโรงเรียนนานาชาติ จำนวน 53 โรงเรียน ที่มีความประสงค์จะขอใช้อาคารและสถานที่ของโรงเรียนเพื่อจัดการเรียนการสอน ซึ่ง สช. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าโรงเรียนเอกชน จำนวน 80 โรงเรียน ดังกล่าวเป็นไปตามมาตรการที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดแล้ว จึงเสนอรายชื่อโรงเรียนดังกล่าวให้คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครพิจารณาต่อไป โดย สช. จะประสานงานกับคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร และกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้เรียนได้มีโอกาสในการเรียนรู้ควบคู่ไปกับความปลอดภัย

          4. การสนับสนุนอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ สำหรับการเรียนออนไลน์ให้แก่นักเรียนโรงเรียนเอกชน ระหว่างวันที่ 1 กันยายน – 1 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งเรียนแบบ On-Demand และ Online โดย สช. ได้รวบรวมข้อมูลเสนอคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อพิจารณาให้การสนับสนุนตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช. กำหนดเรียบร้อยแล้ว

          5. การช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนที่ประสบอุทกภัย ขณะนี้อยู่ระหว่าง สช. ดำเนินการดังนี้

                   (1) เร่งสำรวจความเสียหายของโรงเรียนเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยโรงเรียนสามารถส่งข้อมูลความเสียหายผ่านสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เพื่อเสนอ สช. พิจารณาให้เงินช่วยเหลือในเบื้องต้น

                   (2) จัดทำข้อมูลเพื่อเตรียมการเสนอของบประมาณรายการงบกลาง จากรัฐบาลเพื่อให้ความช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนต่อไป

          สช. ได้รับทราบและเข้าใจถึงผลกระทบที่ทุกท่านได้รับจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ส่งผลต่อการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนเอกชนทั้งโรงเรียนในระบบและโรงเรียนนอกระบบ ซึ่ง สช. จะทบทวนและนำเสนอแนวทางการให้ความช่วยเหลือต่อกระทรวงศึกษาธิการ อย่างเต็มที่ต่อไป ขอขอบคุณและขอให้กำลังใจกับคณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนโรงเรียนเอกชน รวมถึงผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ทุกท่าน ผมเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน รองเลขาธิการ กช. กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับโรงเรียนดาราสมุทร สระแก้ว ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว เป็นโรงเรียนเอกชนประเภทสามัญศึกษา เปิดสอนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาลถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย มีผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา จำนวนทั้งสิ้น มีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 1,360 คน

กรรณิกา พันธ์คลอง : ข่าว

ฐิติวัจน์ ชัยกิมานนท์ : ภาพ

ประชาสัมพันธ์ สช.

https://www.pourhauslakewood.com